
จัดการ Linkedin
สิ่งที่คุณยังไม่รู้!
การสูญเสียแบบเงียบ
84%
ของผู้คนเสียเงินทุกเดือนกับบริการที่ไม่เคยใช้
ขาดความโปร่งใส
60%
ของผู้ใช้รู้สึกสับสนกับเงื่อนไขการยกเลิก
ภาพลวงตาด้านงบประมาณ
82%
ของผู้บริโภคประเมินต่ำกว่าความจริงของค่าใช้จ่ายที่ถูกหักอัตโนมัติ
ความกลัวจากข้อผูกมัด
44%
ของผู้สมัครสมาชิกเคยเจอกับประสบการณ์แบบ "กับดักการค้า"
การรับรองทางกฎหมาย
จดหมายทุกฉบับของเราร่างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อรับประกันความถูกต้องตามข้อกำหนด
ข้อผูกพันทางกฎหมาย
เราสร้างเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งผู้ให้บริการของคุณต้องรับรอง
ประสิทธิภาพทันที
ปลดภาระข้อผูกมัดของคุณภายในไม่ถึง 2 นาที โดยตรงทางออนไลน์
เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ
กลับมาควบคุมการเงินของคุณโดยหยุดการหักเงินที่ไม่จำเป็น
ยกเลิก Linkedin: วิธีที่ถูกต้องและง่ายดาย
วิธียกเลิก LinkedIn ในประเทศไทย: คู่มือครบถ้วนสำหรับการคืนเงินและสิทธิ์ของผู้บริโภค
ทำความเข้าใจกับ LinkedIn และเหตุผลที่คุณอาจต้องยกเลิก
LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายมืออาชีพที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2002 ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้นับล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้จำนวนมากในประเทศไทยที่ใช้บริการสำหรับการหางาน สร้างเครือข่าย และการพัฒนาอาชีพ บริษัท LinkedIn ขึ้นอยู่ภายใต้สังคมบริษัทแม่ที่มีรายได้จากการสมัครสมาชิกพรีเมียมและบริการโฆษณา
ถึงแม้ว่าคุณอาจได้ประโยชน์จาก LinkedIn ในบางครั้ง แต่สมาชิกพรีเมียมอาจไม่คุ้มค่าตลอดเวลา หากคุณพบว่าคุณไม่ได้ใช้ฟีเจอร์พรีเมียม ไม่ได้รับการตอบสนองจากการสมัครงาน หรือต้องการลดรายจ่ายรายเดือน Stopee ที่เราจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยผู้บริโภคจะช่วยคุณนำทางผ่านกระบวนการยกเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ฟีเจอร์หลักของ LinkedIn ในประเทศไทย
LinkedIn นำเสนอฟีเจอร์พื้นฐานฟรี เช่น การสร้างโปรไฟล์มืออาชีพ การค้นหางาน และการดูอัปเดตจากเพื่อนร่วมงาน สมาชิกพรีเมียมของ LinkedIn สามารถเข้าถึง InMail (ข้อความส่วนตัวที่ส่วนใหญ่ไปถึงคนแปลกหน้า) ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้สมัครงาน และเครื่องมือค้นหาขั้นสูงสำหรับการหางาน บริการเหล่านี้พร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ชาวไทยผ่านเว็บไซต์และแอปมือถือ
ในประเทศไทย LinkedIn ไม่มีสำนักงานโต้ตอบตามที่มีข้อมูล ดังนั้นการสื่อสารกับ LinkedIn เกี่ยวกับการยกเลิกหรือการร้องเรียนจึงต้องดำเนินการทั้งหมดผ่านช่องทางออนไลน์หรือจดหมายลงทะเบียนไปยังสำนักงานหลักในต่างประเทศ Stopee แนะนำให้คุณเก็บสำเนาเอกสารทั้งหมดไว้เพื่อการอ้างอิงในอนาคต
ราคาสมาชิก LinkedIn และแผนที่มีอยู่ในปี 2567
ราคา LinkedIn ในประเทศไทยสำหรับสมาชิกพรีเมียมมีตั้งแต่ประมาณ ฿1,200 ถึง ฿1,800 ต่อเดือน แผนรายปีนั้นจะถูกกว่าต่อเดือน โดยค่าใช้จ่ายประมาณ ฿12,000 ต่อปีสำหรับแผนผู้หางาน ราคาอาจแตกต่างกันไปตามประเภทแผนและการเปลี่ยนแปลงราคาของ LinkedIn เป็นครั้งคราว คุณสามารถชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิตหรือช่องทางชำระเงินนานาชาติอื่น ๆ
| แผน LinkedIn | ราคา (รายเดือน) | ราคา (รายปี) | ผู้ใช้ที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
| แผนผู้หางาน | ฿1,200 - ฿1,400 | ฿12,000 - ฿14,400 | บุคคลที่หางานอย่างกระตือรือร้น |
| แผนธุรกิจ | ฿1,600 - ฿1,800 | ฿16,000 - ฿18,000 | ผู้ที่อยากส่งข้อความจำนวนมาก |
| แผนฟรี | ฿0 | ฿0 | ผู้ใช้ที่สนใจเครือข่ายเบื้องต้น |
สิทธิ์ของผู้บริโภคตามกฎหมายไทย และวิธีการใช้ประโยชน์
คุณมีสิทธิ์อันสำคัญตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2542 และส่วนขยาย นอกเหนือจากเงื่อนไขของ LinkedIn Stopee ที่นี่เตือนให้คุณเข้าใจสิทธิ์ดังต่อไปนี้เมื่อพิจารณายกเลิก
สิทธิ์หลักของผู้บริโภคคุณในประเทศไทย
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติมให้คุณมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกสัญญาสมาชิกภายในระยะเวลาที่สมควร โดยเฉพาะถ้า LinkedIn ไม่ได้มอบบริการตามสัญญา หากคุณพบว่ามีการเรียกเก็บเงินหลังจากยกเลิก หรือหากบริการไม่ตรงกับคำอธิบาย คุณมีสิทธิ์ร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
ในกรณีที่ LinkedIn ปฏิเสธการคืนเงิน หลังจากที่คุณยกเลิกตามลำดับ คุณอาจนำเสนอร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคแห่งภูมิภาคของคุณ ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ Stopee มักแนะนำให้เก็บหลักฐานการยกเลิกทั้งหมด อีเมล ใบแจ้งหนี้ และการติดตามสถานะการชำระเงิน เพื่อใช้ในการร้องเรียนหากจำเป็น
วิธีการยกเลิก LinkedIn: ขั้นตอนที่แนะนำสำหรับความปลอดภัยสูงสุด
การยกเลิก LinkedIn มีสองวิธี คือผ่านแอปหรือเว็บไซต์ และผ่านจดหมายลงทะเบียน Stopee แนะนำให้ใช้วิธีจดหมายลงทะเบียนเพื่อหลักฐาน แม้ว่าจะใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น
วิธีที่ 1: ยกเลิกผ่านเว็บไซต์ LinkedIn (ง่ายแต่ไม่มีหลักฐาน)
- เข้าสู่ระบบ LinkedIn ด้วยอีเมลและรหัสผ่านของคุณ
- คลิกไอคอนโปรไฟล์ของคุณที่มุมบนขวาของหน้าจอ
- เลือก "Settings and privacy" (ตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว)
- คลิกแท็บ "Account" (บัญชี)
- เลื่อนลงถึง "Membership" หรือ "Subscription" (สมาชิกหรือการสมัครสมาชิก)
- คลิก "Cancel subscription" (ยกเลิกการสมัครสมาชิก)
- Pro tip: LinkedIn อาจขอให้คุณตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุผลการยกเลิก โปรดระบุให้ชัดเจน
- Warning: หลังจากคลิกยกเลิก LinkedIn อาจมีการเรียกเก็บเงินจนกว่าสิ้นรอบเรียกเก็บปัจจุบัน
- ยืนยันการยกเลิกเมื่อ LinkedIn ขอให้คุนยืนยัน
- บันทึกหน้าจออ้างอิงและอีเมลยืนยันใด ๆ ที่ได้รับ
วิธีที่ 2: ยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียน (แนะนำสูงสุด)
วิธีนี้นำเสนอหลักฐานลายลักษณ์อักษรของการยกเลิก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเรียกเก็บเงินต่อไปน้อยกว่า Stopee มักใช้วิธีนี้สำหรับกรณีที่ซับซ้อนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
- รวบรวมข้อมูลบัญชีของคุณ
- ชื่อเต็มของคุณ
- อีเมลที่ลงทะเบียนกับ LinkedIn
- หมายเลข LinkedIn ของคุณ (หากสามารถหาได้)
- วันที่สมัครสมาชิกและประเภทแผน (เช่น แผนผู้หางานรายเดือน ฿1,200)
- หมายเลขการเรียกเก็บเงินล่าสุดจากใบแจ้งหนี้
- เขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษตามรูปแบบราชการเรียบง่าย โดยระบุหัวข้อ "Request for cancellation of LinkedIn Premium subscription" (ขอยกเลิกการสมัครสมาชิก LinkedIn Premium)
- Pro tip: ใช้ภาษาอังกฤษเป็นการแนะนำ เนื่องจาก LinkedIn ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาการทำงาน
- เนื้อหาจดหมายควรรวมถึง
- ขอหลักฐานการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร
- ขอให้หยุดการเรียกเก็บเงินตั้งแต่วันที่ส่งจดหมาย
- ให้รายการข้อมูลบัญชีทั้งหมดที่ระบุไว้ข้างต้น
- แนบสำเนาของใบแจ้งหนี้ล่าสุด
- พิมพ์จดหมายและลงนามด้วยลายมือชื่อของคุณ
- ส่งผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนถึง LinkedIn ที่สำนักงานใหญ่ของพวกเขา
- ที่อยู่: LinkedIn, 1000 W Maude Ave, Sunnyvale, CA 94085, USA
- หรือค้นหาที่อยู่ส่งยกเลิกสำหรับภูมิภาคของคุณจาก LinkedIn Support
- เมื่อส่ง ให้บันทึกหมายเลขติดตามไปรษณีย์และเก็บใบเสร็จการส่ง
- Warning: การส่งจดหมายลงทะเบียนในประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกาจะใช้เวลา 10-20 วันทำการ
- ตรวจสอบสถานะการส่งผ่านเว็บไซต์ไปรษณีย์ไทยด้วยหมายเลขติดตาม
- รอการตอบสนองจาก LinkedIn ภายใน 14-21 วัน
- หากไม่ได้รับตอบสนอง ให้ส่งอีเมลติดตามไปยัง LinkedIn Support
สถานการณ์หลังการยกเลิก: สิ่งที่คาดหวัง และการติดตามผล
เมื่อคุณยกเลิก LinkedIn สมาชิกพรีเมียม ความเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมจะสิ้นสุดลง แม้ว่าบัญชีพื้นฐานของคุณจะยังคงเป็นฟรี
การเข้าถึงบัญชีหลังยกเลิก
หลังจากยกเลิก บัญชี LinkedIn ของคุณจะยังมีอยู่ แต่คุณจะสูญเสียเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียม เช่น InMail ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้สมัคร และเครื่องมือค้นหาขั้นสูง หากคุณสมัครสมาชิกเป็นรายเดือนและยกเลิกก่อนวันเรียกเก็บถัดไป คุณอาจยังมีการเข้าถึงถึงสิ้นเดือนปัจจุบัน
Warning: โปรไฟล์คุณจะยังคงอยู่บน LinkedIn เว้นแต่คุณจะลบบัญชีอย่างถาวร การลบบัญชีมีกระบวนการแยกต่างหากและอาจใช้เวลานานถึง 30 วัน
การติดตามการเรียกเก็บเงิน
Stopee แนะนำให้คุณตรวจสอบใบแจ้งหนี้และบัญชีธนาคารของคุณในเดือนต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการเรียกเก็บเงินต่อไป หากคุณเห็นการเรียกเก็บหลังจากวันยกเลิก ให้ติดต่อ LinkedIn Support ทันทีและอ้างอิงการยกเลิกของคุณ
ตรวจสอบหลักฐานการยกเลิกที่คุณได้รับ เป็นประจำเมื่อสิ้นสุดรอบเรียกเก็บเงิน หากยังคงมีการเรียกเก็บเงิน ลองติดต่อธนาคารของคุณเพื่อขอคืนเงิน และอ้างอิง LinkedIn เป็นหัวข้อ
นโยบายการคืนเงินของ LinkedIn และวิธีการยื่นคำขอ
นโยบายการคืนเงินของ LinkedIn ค่อนข้างจำกัด โดยทั่วไปไม่รับ คืนเงินสำหรับการสมัครสมาชิกเมื่อสิ้นสุดรอบเรียกเก็บเงิน Stopee ขอให้คุณตรวจสอบเงื่อนไขการสมัครสมาชิกของ LinkedIn เพื่อทำความเข้าใจนโยบายการคืนเงินล่าสุด
สถานการณ์ที่อาจได้รับคืนเงิน
มีสถานการณ์บางอย่างเมื่อ LinkedIn อาจมีประสิทธิผลในการคืนเงิน รวมถึง
- คุณยกเลิกภายใน 14 วันแรกของการสมัครสมาชิก (ช่วงเวลา "cooling off" ที่เป็นไปได้) - แม้ว่านโยบายนี้อาจแตกต่างกันไป
- มีการเรียกเก็บเงินซ้ำ (การเรียกเก็บสองครั้งสำหรับเดือนเดียวกัน)
- บริการข้อมูลว่า LinkedIn ไม่ได้มอบบริการตามที่สัญญาไว้
- คุณได้ร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค และหน่วยงานตรวจสอบได้พบความผิด
วิธีการยื่นคำขอคืนเงิน
- เข้าสู่ระบบบัญชี LinkedIn ของคุณ
- ไปที่ "Settings and privacy" > "Account" > "Membership"
- ค้นหาส่วน "Billing" (การเรียกเก็บเงิน) และคลิก "View billing details" (ดูรายละเอียดการเรียกเก็บเงิน)
- ค้นหาการเรียกเก็บเงินที่คุณต้องการขอคืน และคลิก "Request refund" (ขอคืนเงิน) หากใช้ได้
- Pro tip: หากไม่มีตัวเลือกขอคืนเงินออนไลน์ ให้ติดต่อ LinkedIn Support โดยตรง
- ระบุเหตุผลของการขอคืนเงินและให้รายละเอียดเพิ่มเติม
- ส่งคำขอและรอการตอบสนองจาก LinkedIn Support ภายใน 5-10 วันทำการ
- หากถูกปฏิเสธ คุณสามารถโต้แย้งไปยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
ความผิดพลาดทั่วไปที่ทำให้การยกเลิกล่าช้าหรือล้มเหลว
การยกเลิกอาจปราศจากการวางแผน หากคุณไม่ทำให้ถูกต้อง Stopee ได้พบว่าข้อผิดพลาดง่าย ๆ เหล่านี้เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด
ความผิดพลาดหลักที่ต้องหลีกเลี่ยง
- ไม่บันทึกหลักฐาน: เมื่อยกเลิกผ่านออนไลน์ บันทึกหน้าจอ อีเมลยืนยัน และสถานะบัญชี หากเกิดข้อโต้แย้งในการเรียกเก็บเงิน คุณจะต้องหลักฐาน
- ยกเลิกในวันที่ผิด: เมื่อคุณยกเลิกสมาชิกพรีเมียม ให้ทำเช่นนั้นต้นเดือน (สำหรับบิลรายเดือน) หรือต้นปี (สำหรับบิลรายปี) เพื่อสูญเสียเวลาสมาชิกต่อเนื่องน้อยที่สุด
- ลืมตรวจสอบการเรียกเก็บเงิน: การเรียกเก็บเงินสามารถดำเนินต่อไปได้หลังจากยกเลิก หากไม่มีการเรียกเก็บเงินอื่น ให้ติดต่อ LinkedIn Support ในทันที
- ไม่ติดต่อเมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง: หากกำลังรอการตอบสนองจาก LinkedIn ให้ส่งอีเมลติดตามหากเวลามากกว่า 14 วัน
- ลบข้อมูลบัญชีก่อนยกเลิก: หากคุณลบข้อมูลบัญชีของคุณก่อนยกเลิก LinkedIn อาจยากต่อการค้นหาบัญชีของคุณ ยกเลิกก่อน จากนั้นจึงลบ
รายการตรวจสอบ: สิ่งที่ต้องทำก่อนและหลังการยกเลิก LinkedIn
เพื่อให้แน่ใจว่าการยกเลิก LinkedIn ของคุณดำเนินการราบรื่น ให้ใช้รายการตรวจสอบต่อไปนี้
| งานที่ต้องทำ | ก่อนการยกเลิก | หลังการยกเลิก |
|---|---|---|
| บันทึกหลักฐาน | บันทึกหน้าจอโปรไฟล์และข้อมูลสมาชิก | บันทึกหลักฐานการยกเลิก ใบแจ้งหนี้ และอีเมลยืนยัน |
| ตรวจสอบบัญชี | ตรวจสอบข้อมูลบัญชีและการเรียกเก็บเงิน | ตรวจสอบว่าการเรียกเก็บเงินได้หยุดแล้ว |
| ติดต่อ | ระบุที่อยู่ติดต่อของ LinkedIn | ติดต่อ LinkedIn Support หากมีปัญหา |
| ประเมินความจำเป็น | ตัดสินใจว่ายกเลิกจริงหรือไม่ | พิจารณาการสมัครสมาชิกใหม่หากจำเป็น |
| ติดตามสถานะ | วางแผนการยกเลิกก่อนระยะเวลาเรียกเก็บเงิน | ตรวจสอบใบแจ้งหนี้ทุกเดือนเป็นเวลา 3 เดือน |
การเปรียบเทียบการยกเลิก LinkedIn กับการปิดบัญชีอย่างถาวร
Stopee แนะนำให้คุณเข้าใจความแตกต่างระหว่างการยกเลิกสมาชิก (ลดระดับเป็นบัญชีฟรี) และการปิดบัญชีอย่างถาวร (ลบบัญชีอย่างสมบูรณ์)
| ลักษณะการปิด | ยกเลิกสมาชิก | ปิดบัญชีอย่างถาวร |
|---|---|---|
| สิ่งที่เกิดขึ้นกับบัญชี | บัญชียังอยู่ ลดระดับเป็นฟรี | บัญชีถูกลบออกทั้งหมด |
| ข้อมูลโปรไฟล์ | ยังคงมองเห็นได้ สามารถเข้าถึงได้ | ลบอย่างถาวร หลังจาก 30 วัน |
| เวลากระบวนการ | ทันที (หรือจนกว่าสิ้นรอบเรียกเก็บ) | ใช้เวลา 30 วัน |
| สามารถย้อนกลับได้หรือไม่ | ใช่ สมัครสมาชิกใหม่ได้ | ไม่ ข้อมูลไม่สามารถกู้คืนได้ |
| ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ | ผู้ที่อยากหยุดจ่ายแต่เก็บบัญชี | ผู้ที่ต้องการออกจาก LinkedIn อย่างสิ้นเชิง |
บทสรุปและการยกเลิก LinkedIn ด้วยความมั่นใจ
การยกเลิก LinkedIn อาจใช้เวลาสักครู่และต้องมีความสำลักหน่อย แต่เมื่อทำให้ถูกต้อง คุณจะป้องกันตัวเองจากการเรียกเก็บเงินต่อไปและหลีกเลี่ยงความสับสน Stopee แนะนำให้ใช้วิธีจดหมายลงทะเบียนสำหรับหลักฐานที่มีน้ำหนัก แต่การยกเลิกออนไลน์ก็ใช้ได้หากคุณบันทึกหลักฐาน
สำคัญที่สุด ตรวจสอบใบแจ้งหนี้ของคุณเป็นประจำเป็นเวลา 3 เดือนหลังจากยกเลิก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการเรียกเก็บเงินต่อเพิ่มเติม ถ้ามี ให้ติดต่อ LinkedIn Support ทันทีและอ้างอิงการยกเลิกของคุณ หากไม่ได้รับการตอบสนอง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคมีอยู่เสมอเพื่อช่วยเหลือ Stopee ที่เรามีตั้งขึ้นเพื่อช่วยคุณนำทางกระบวนการยกเลิกสำหรับบริการสมาชิกนี้และอื่น ๆ ได้สำเร็จ ที่ Stopee เราได้ช่วยผู้บริโภคจำนวนนับพันคนในการยกเลิกสมาชิกที่ไม่จำเป็น ลดรายจ่ายประจำเดือน และฟื้นคืนเงินที่ได้รับผลกระทบ
ที่อยู่ติดต่อและข้อมูลสนับสนุนสำหรับ LinkedIn
หากคุณต้องการติดต่อ LinkedIn เพื่อการสนับสนุนเพิ่มเติม ต่อไปนี้คือที่อยู่หลักและช่องทางการติดต่อ
LinkedIn Corporation
1000 W Maude Ave
Sunnyvale, CA 94085
USA
ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม:
- LinkedIn Support Center: https://www.linkedin.com/help (เข้าถึงได้ออนไลน์หลังจากเข้าสู่ระบบ)
- Email: ติดต่อผ่านแบบฟอร์มรายงานปัญหาบนเว็บไซต์ LinkedIn Support
- Billing inquiries: สำหรับการสอบถามการเรียกเก็บเงิน ให้ส่งอีเมลไปยังที่อยู่สนับสนุนในบัญชี LinkedIn ของคุณ
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยสามารถติดต่อได้ที่:
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
เว็บไซต์: https://www.oc.go.th/
สายด่วน: 1166 (จากภายในประเทศไทย)
ที่อยู่: 6 ซ.วัฒนา ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Stopee ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกเลิกบริการอื่น ๆ บนเว็บไซต์ stopee.com หากคุณมีคำถามหรือต้องการสนับสนุนเพิ่มเติมในการยกเลิกบริการสมาชิก Stopee ที่นี่พร้อมช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอน