สมัครสมาชิกไม่จำกัด: โปรโมชัน ฿33.75 สำหรับ 48 ชม. จากนั้น ฿1,837.50 ต่อเดือนโดยไม่มีข้อผูกมัด
Amazon Web Services (Aws)

จัดการ Amazon Web Services (Aws)

สิ่งที่คุณยังไม่รู้!

การสูญเสียแบบเงียบ

84%

ของผู้คนเสียเงินทุกเดือนกับบริการที่ไม่เคยใช้

ขาดความโปร่งใส

60%

ของผู้ใช้รู้สึกสับสนกับเงื่อนไขการยกเลิก

ภาพลวงตาด้านงบประมาณ

82%

ของผู้บริโภคประเมินต่ำกว่าความจริงของค่าใช้จ่ายที่ถูกหักอัตโนมัติ

ความกลัวจากข้อผูกมัด

44%

ของผู้สมัครสมาชิกเคยเจอกับประสบการณ์แบบ "กับดักการค้า"

การรับรองทางกฎหมาย

จดหมายทุกฉบับของเราร่างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อรับประกันความถูกต้องตามข้อกำหนด

ข้อผูกพันทางกฎหมาย

เราสร้างเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งผู้ให้บริการของคุณต้องรับรอง

ประสิทธิภาพทันที

ปลดภาระข้อผูกมัดของคุณภายในไม่ถึง 2 นาที โดยตรงทางออนไลน์

เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ

กลับมาควบคุมการเงินของคุณโดยหยุดการหักเงินที่ไม่จำเป็น

ยกเลิก Amazon Web Services (Aws): วิธีทำอย่างถูกต้อง

วิธียกเลิก amazon web services (AWS) ในไทยและเรียกคืนเงินอย่างถูกต้อง

AWS คืออะไรและเหตุใดคุณอาจต้องการยกเลิก

Amazon Web Services (AWS) เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์ขนาดใหญ่ที่ก่อตั้งในปี 2006 และครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในโลกตามรายงานการวิเคราะห์ปี 2025 บริการนี้ทำงานบนโมเดลแบบจ่ายตามการใช้งาน (pay-as-you-go) หมายความว่าคุณชำระค่าใช้งานตามชั่วโมงหรือปริมาณข้อมูลที่คุณเก็บจริง ซึ่งเหมาะสำหรับบริษัทขนาดเล็กและผู้ประกอบการที่ต้องการยืดหยุ่นในการใช้บริการเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม หลายลูกค้าในประเทศไทยพบว่าค่าใช้จ่ายเดือนละเดือนเพิ่มขึ้นเกินคาดหรือพบว่าไม่ต้องการบริการนี้อีกต่อไป หากคุณอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน Stopee ได้เตรียมคำแนะนำที่ชัดเจนเพื่อให้คุณยกเลิกบริการอย่างปลอดภัยและไม่สูญเสียสิทธิ์ของผู้บริโภค

ฟีเจอร์หลักและการกำหนดราคาใน bangkok region

บริการหลักของ AWS ได้แก่ Amazon EC2 (เซิร์ฟเวอร์เสมือน) ที่มีอัตราประมาณ ฿0.0116 ต่อชั่วโมงสำหรับแผน t3.micro ในภูมิภาค Bangkok ณ มีนาคม 2026 Amazon S3 สำหรับจัดเก็บไฟล์ และ Amazon RDS สำหรับฐานข้อมูล ค่าใช้งานที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณ

หากคุณไม่ได้ใช้บริการหรือค่าใช้งานสูงเกินไป Stopee แนะนำให้คุณยกเลิกในวันนี้เพื่อไม่ให้สูญเสียเงินในรอบบิลต่อไป

เหตุผลหลักของการยกเลิก AWS

เหตุผลที่พบบ่อยคือคุณได้เปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการคลาวด์อื่น เช่น Google Cloud หรือ Microsoft Azure โดยมี latency ดีกว่าสำหรับสำนักงานในเอเชีย หรือคุณอาจพบว่า AWS มีค่าใช้งานสูงกว่าความต้องการของบริษัท นอกจากนี้ บางลูกค้าสร้างทรัพยากรทดลองแล้วลืมปิดการใช้งาน ซึ่งทำให้เสียเงินเป็นจำนวนมาก

เหตุผลการยกเลิก ความเป็นไปได้ การกระทำของ Stopee
ไม่ใช้บริการอีกต่อไป ยกเลิกทันที บันทึกข้อมูลก่อนลบ
ค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด ตรวจสอบการใช้งาน ยกเลิกหรือปรับปรุงแผน
เปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการอื่น ยกเลิกหลังย้ายข้อมูล ตรวจสอบความเสร็จสิ้น
ทรัพยากรทดลองที่ลืม ยกเลิกวันนี้ ตัดการใช้จ่ายต่อไป
เปลี่ยนแผนไปแผนอื่น ปรับเปลี่ยนไม่ยกเลิก ลดค่าใช้จ่ายแทน

สิทธิ์ของผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2558

ในประเทศไทย พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2558 ให้สิทธิ์คุณในการยกเลิกสัญญาบริการโดยไม่ถูกดำเนินการใดๆ หากคุณแจ้งการยกเลิกภายในระยะเวลา 7 วันหลังจากวันที่ทำสัญญา

นอกจากนี้ คุณมีสิทธิ์ในการขอเอกสารหลักฐานการชำระเงินและรายละเอียดการใช้งาน ตามมาตรา 46 ของกฎหมายนี้ หากบริษัท AWS ไม่แจ้งข้อมูลนี้ให้คุณทราบ คุณสามารถยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

Stopee ขอแนะนำให้คุณเก็บบันทึกสิ่งต่อไปนี้เพื่อปกป้องตัวเองในกรณีที่เกิดข้อพิพาทขึ้น

สิทธิ์การขอคืนเงิน

หากคุณชำระเงินสำหรับระยะเวลาที่ยกเลิกแล้ว คุณมีสิทธิ์ขอคืนเงินสำหรับส่วนที่ไม่ได้ใช้บริการ AWS ให้แจ้งการยกเลิกอย่างชัดเจนและขอคืนเงินสำหรับรอบบิลที่เหลือ

โดยทั่วไป AWS จะหยุดการเรียกเก็บเงินตั้งแต่วันที่ยกเลิกจริง แต่หากคุณยกเลิกกลางรอบบิล อาจต้องใช้เวลา 1-3 รอบบิลเพื่อประมวลผลการคืนเงิน

สิทธิ์ในการยกเลิกโดยไม่มีเงื่อนไข

คุณมีสิทธิ์ยกเลิกบริการ AWS ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องให้เหตุผลใดๆ หรือชำระค่าปรับ เนื่องจาก AWS เป็นบริการโดยอิงตามข้อกำหนดที่ผู้บริโภคสามารถยกเลิกได้อย่างอิสระ

วิธีการยกเลิก AWS อย่างถูกต้อง

มีสามวิธีหลักในการยกเลิก AWS ขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณสมัครบริการและวิธีการชำระเงิน Stopee จะแนะนำวิธีที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ

วิธีที่ 1: ยกเลิกผ่านบัญชี AWS dashboard

นี่คือวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด หากคุณสมัครบริการโดยตรงจาก AWS ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ AWS (aws.amazon.com) และเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านของคุณ
    • ตรวจสอบให้แน่ใจ ว่าคุณใช้บัญชี AWS ที่ถูกต้อง หากมีหลายบัญชี
  2. คลิกไปที่มุมบนขวาเลือก "Account" และจากนั้นเลือก "Billing and Cost Management"
    • หากไม่พบ ให้ค้นหา "Billing" ในเมนู
  3. ในเมนูด้านซ้าย คลิก "Account settings" หรือ "Close Account"
    • Warning: ตรวจสอบว่าไม่มีข้อมูลสำคัญยังคงใช้งาน
  4. ระบบจะแจ้งให้ทำตามขั้นตอนการยืนยัน อ่านข้อความแต่ละข้อให้ครบถ้วน
    • AWS อาจขอให้คุณลบทรัพยากรบางอย่างก่อน
  5. คลิก "Close Account" และยืนยันการกระทำนี้
  6. บันทึกหมายเลข ticket หรือรหัสการขอเพื่ออ้างอิงในภายหลัง

Pro tip: ก่อนทำการยกเลิก ให้บันทึกส่วนสำคัญทั้งหมด เช่น Access Keys, SSL certificates, และข้อมูลอื่นๆ ที่คุณต้องการจาก AWS

วิธีที่ 2: ยกเลิกการชำระเงินผ่าน apple app store (iOS)

หากคุณสมัครบริการหรือชำระเงิน AWS ผ่าน App Store ของ Apple ให้ยกเลิกจากที่นี่แทน

  1. เปิด App Store บน iPhone หรือ iPad ของคุณ
  2. แตะไอคอน "Profile" ที่มุมขวาล่าง (รูปโปรไฟล์)
    • ในเครื่องรุ่นเก่า อาจต้องเลือก "Account" ก่อน
  3. เลือก "Subscriptions" หรือ "การสมัครสมาชิก"
  4. ค้นหา "AWS" หรือ "Amazon Web Services" ในรายการ
  5. แตะการสมัครสมาชิกนั้นแล้วเลือก "Cancel Subscription" หรือ "ยกเลิกการสมัครสมาชิก"
    • Warning: อ่านข้อความเตือน AWS อาจยืนยันว่าค่าใช้งานจะหยุดในวันที่เฉพาะ
  6. ยืนยันการยกเลิก
  7. บันทึกวันที่การยกเลิกจาก confirmation screen

Pro tip: Apple จะให้ระยะเวลา "free trial" ต่อจนถึงวันสิ้นสุดรอบบิล ดังนั้นอย่ารอ ให้ยกเลิกทันทีเมื่อตัดสินใจแล้ว

วิธีที่ 3: ยกเลิกการชำระเงินผ่าน google play store (Android)

หากใช้ Android หรือสมัครผ่าน Google Play ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อนี้

  1. เปิด Google Play Store บน Android device ของคุณ
  2. แตะไอคอน "Profile" ที่มุมขวาบน (รูปวงกลมโปรไฟล์)
  3. เลือก "Manage subscriptions" หรือ "จัดการการสมัครสมาชิก"
  4. ค้นหา AWS หรือชื่อบริการที่ต้องการยกเลิก
  5. แตะการสมัครสมาชิกนั้นแล้วเลือก "Cancel subscription"
    • Google จะถามเหตุผลการยกเลิก (ทำการสำรวจ) - คุณไม่จำเป็นต้องตอบ
  6. ยืนยันการยกเลิก
  7. บันทึกรูปภาพหลักฐาน

Pro tip: หากค้นหา AWS ไม่พบ ให้กลับไปที่ "My apps and games" แล้วหา "Installed" เพื่อหาแอปพลิเคชัน

วิธีที่ 4: ยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียน (วิธีที่แนะนำสำหรับคดีพิพาท)

หากคุณต้องการหลักฐานเป็นทางการและชัดเจน Stopee แนะนำให้ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ AWS ในประเทศไทย วิธีนี้ให้ความเป็นทางการสูงสุดและใช้ได้ในกรณีข้อพิพาทตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค

  1. เตรียมจดหมายขอยกเลิกทั่วไป เขียนด้วยภาษาไทยหรืออังกฤษพอใจ
    • ระบุ: ชื่อบัญชี AWS, เลขบัญชี, วันที่ต้องการยกเลิก, และขอการยืนยันทางไปรษณีย์
  2. แนบเอกสารหลักฐาน เช่น
    • สำเนาบัตรประชาชน (หน้าที่มีรูป)
    • ใบเสร็จค่าใช้งาน AWS 1-2 รายการล่าสุด
    • หน้าจออีเมลการสมัครสมาชิก
  3. ส่งจดหมายลงทะเบียนถึง
    • ชื่อบริษัท: Amazon Web Services (Thailand) Limited
    • ที่อยู่: 101 True Digital Park, Griffin Building, Level 12A, Unit 12A-06, Sukhumvit Road, Bangchak, Phra Khanong, Bangkok 10260
  4. ขออย่างชัดเจนให้บริษัท ส่งเอกสารยืนยันการยกเลิกมาทางไปรษณีย์หรืออีเมล
  5. เก็บใบหลักฐานการส่งจดหมายลงทะเบียนไว้เป็นเอกสารเก็บระดับสูง
    • ระยะเวลา: โดยทั่วไป 5-10 วันทำการเพื่อให้บริษัทรับและประมวลผล

Warning: อย่าส่งจดหมายธรรมชาติ (ไม่ลงทะเบียน) เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าบริษัทรับจดหมาย

ระยะเวลาการยกเลิกและการสิ้นสุดบริการ

ต้องเข้าใจว่าการยกเลิก AWS ไม่ใช่การทำให้บริการหยุดทันที มีไทม์ไลน์ที่สำคัญที่คุณต้องรู้

ช่องทาง ระยะเวลาประมวลผล การเรียกเก็บเงินหยุดเมื่อ การเข้าถึงข้อมูล
AWS Dashboard ทันที-1 ชั่วโมง ในทันที หยุดในวันปิด
App Store (iOS) ทันที สิ้นสุดรอบบิล ยังใช้ได้จนสิ้นรอบบิล
Google Play (Android) ทันที สิ้นสุดรอบบิล ยังใช้ได้จนสิ้นรอบบิล
จดหมายลงทะเบียน 5-10 วันทำการ วันที่บริษัทรับ คำขอสิ้นสุดหลังจาก 30 วัน
โทรศัพท์ (Support) 2-4 ชั่วโมง ตามคำขอ หยุดเดือนหน้า

การคืนเงินและสิ่งที่คาดหวัง

หลายลูกค้าอยากรู้ว่าจะได้เงินคืนเท่าไร และใช้เวลานานแค่ไหน Stopee อธิบายรายละเอียดนี้เพื่อให้คุณไม่ผิดหวัง

นโยบายการคืนเงินของ AWS

AWS มีนโยบายการคืนเงินตามนี้: หากคุณยกเลิกในกลางรอบบิล ระบบจะไม่คำนวณการคืนเงินทันทีสำหรับส่วนที่ไม่ได้ใช้ แต่จะหยุดการเรียกเก็บเงินจากวันที่ยกเลิก

ในบางกรณี หากคุณชำระเงินเพิ่มเติม (prepaid) AWS อาจคืนเงินนั้นจากวันที่ยกเลิก แต่ไม่รับประกันทั้งหมด

ขั้นตอนการขอคืนเงิน

หากคุณรู้สึกว่า AWS ควรคืนเงินให้คุณ ให้ปฏิบัติตามนี้

  1. เข้า AWS Billing Dashboard และดาวน์โหลด bill เดือนสุดท้ายของคุณ
  2. ตรวจสอบจำนวนเงินที่เรียกเก็บระหว่างวันที่ยกเลิก ถึง วันสิ้นสุดรอบบิล
  3. คำนวณ pro-rata (ส่วนแบ่งตามสัดส่วนวัน)
  4. ติดต่อ AWS Support โดย
    • เข้า AWS Console > Support > Create case
    • เขียนชื่อเรื่อง "Refund request for cancelled account"
    • ระบุจำนวนเงินที่ขอคืน และวันที่ยกเลิก
  5. อัปโหลดเอกสารหลักฐาน (bill screenshot, cancellation confirmation)
  6. รออพยพการตอบจาก AWS ซึ่งใช้เวลา 2-7 วันทำการ

Pro tip: ให้ขอคืนเงินที่สุด ทั้งนี้ AWS ไม่มีภาระผูกพันที่จะคืนเงินมากไปกว่าจำนวนที่ยุติธรรม แต่ค่อยๆ เจรจาได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ผู้ที่ยกเลิก AWS มักทำผิดพลาดที่อาจทำให้เสียเงินเพิ่มเติม Stopee ได้จัดรวมข้อผิดพลาดเหล่านี้เพื่อให้คุณหลีกเลี่ยง

ความเข้าใจผิดทั่วไปและวิธีหลีกเลี่ยง

เป็นเรื่องน่าเศร้าเมื่อลูกค้าค้นพบว่าเงินของพวกเขายังถูกดึงออกจากบัญชี แม้ว่าพวกเขาคิดว่าได้ยกเลิกแล้ว นี่เป็นเหตุผลสำคัญในการทำตามขั้นตอนอย่างระมัดระวัง

  • ความผิดพลาด 1: คิดว่ายกเลิก AWS Dashboard หมายถึงยกเลิก App Store subscription ด้วย
    • ป้องกัน: ยกเลิกจากทั้งสองช่องทาง หากสมัครผ่านทั้งสองช่องทาง
  • ความผิดพลาด 2: ไม่บันทึกหมายเลข ticket หรือวันที่ยกเลิก
    • ป้องกัน: บันทึกทุกครั้ง ถ้าจำเป็นก็ถ่ายรูป confirmation screen
  • ความผิดพลาด 3: ลบทรัพยากร AWS ก่อนที่บริษัทยืนยันการยกเลิก
    • ป้องกัน: เก็บข้อมูลสำคัญไว้ให้นิรাปัยจากแล้วค่อยยกเลิก
  • ความผิดพลาด 4: ไม่ตรวจสอบการเรียกเก็บเงินในเดือนต่อไป
    • ป้องกัน: ตรวจสอบ statement บัตรเครดิตหรือ AWS Billing dashboard ทุกสัปดาห์

สัญญาณเตือนว่าการยกเลิกอาจไม่สำเร็จ

หากเห็นสัญญาณเหล่านี้ แสดงว่าการยกเลิกของคุณอาจไม่สำเร็จ

  • ไม่ได้รับ confirmation email จาก AWS หรือ App Store ภายใน 2 ชั่วโมง
  • เห็นการเรียกเก็บเงินอีก 2 ครั้งหลังจากวันที่ยกเลิก
  • ยังสามารถเข้า AWS account ได้ หลังจากการหมดอายุ
  • AWS Billing dashboard ยังแสดงปัญหา

หากเห็นสัญญาณเหล่านี้ โปรดติดต่อ AWS Support ทันที ก่อนที่จะเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม

บัญชีเช็คลิสต์ก่อนและหลังการยกเลิก

เพื่อให้การยกเลิกเรียบร้อย Stopee ได้เตรียมบัญชีเช็คลิสต์สำหรับคุณ

ด่านเช็ค รายการ สถานะ
ก่อนยกเลิก บันทึก AWS Account ID
บันทึก IAM users และ Access Keys
ดาวน์โหลด bill 3 เดือนล่าสุด
ส่งออก data จาก S3 buckets
ปิด EC2 instances และ RDS databases
ในระหว่างยกเลิก จดหมายเลข ticket/confirmation number
บันทึกวันที่และเวลาที่ยกเลิก
ถ่ายรูป confirmation screen
อีเมล confirmation จาก AWS
หลังยกเลิก ตรวจสอบ Billing dashboard หลัง 24 ชั่วโมง
ตรวจสอบ statement บัตรเครดิต 2-3 วัน
ไม่ควรมีการเรียกเก็บเงินใหม่
เก็บเอกสารทั้งหมดไว้นาน 1 ปี

สรุปและการช่วยเหลือเพิ่มเติม

การยกเลิก AWS นั้นไม่ยากหากคุณปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ที่สำคัญคือต้องจดบันทึก บันทึก และตรวจสอบการเรียกเก็บเงินอย่างสม่ำเสมอหลังจากการยกเลิก

สำหรับคำถามเพิ่มเติมหรือหากคุณพบปัญหาในการยกเลิก Stopee ได้ช่วยให้ผู้บริโภคหลายพันคนยกเลิกบริการคลาวด์ต่างๆ ได้สำเร็จ เราแนะนำให้ติดต่อ AWS Support โดยตรงผ่าน AWS Console หรือส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ที่ระบุไว้

เมื่อควรติดต่อเพิ่มเติม

หากคุณพบสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งนี้ ให้ติดต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ทันที

  • AWS ปฏิเสธที่จะยกเลิก หรือไม่ตอบกลับเมล 10 วัน
  • AWS ยังเรียกเก็บเงินหลังจากการยกเลิก
  • AWS ไม่ส่งเอกสารยืนยันการยกเลิก
  • คุณต้องการยื่นร้องเรียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค

Stopee มีจุดประสงค์ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจสิทธิ์ของพวกเขา และปกป้องตัวเองจากการเรียกเก็บเงินที่ไม่ยุติธรรม ยกเลิกบริการของคุณวันนี้และปลดปล่อยตัวเองจากค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

FAQ

Amazon Web Services (Aws) เป็นบริการคลาวด์สาธารณะที่ให้บริการด้านการประมวลผลและการเก็บข้อมูล โดยมีโมเดลการจ่ายตามการใช้งาน.

คุณสามารถยกเลิกบริการได้หลายวิธี เช่น ผ่านแอปพลิเคชันบน iOS หรือ Android หรือส่งจดหมายลงทะเบียนทางไปรษณีย์.

ก่อนยกเลิก ควรตรวจสอบยอดเรียกเก็บล่าสุดและบันทึกข้อมูลสำคัญ เช่น หมายเลขบัญชีและหมายเลขการเรียกเก็บล่าสุด.

หลังการยกเลิก คุณจะไม่สามารถเข้าถึงบริการและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องได้ในรอบบิลถัดไป.

นโยบายการคืนเงินขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริการ ควรตรวจสอบรายละเอียดในเอกสารที่เกี่ยวข้อง.

บริการยกเลิกที่คล้ายกัน