สมัครสมาชิกไม่จำกัด: โปรโมชัน ฿33.75 สำหรับ 48 ชม. จากนั้น ฿1,837.50 ต่อเดือนโดยไม่มีข้อผูกมัด
Promise

จัดการ Promise

สิ่งที่คุณยังไม่รู้!

การสูญเสียแบบเงียบ

84%

ของผู้คนเสียเงินทุกเดือนกับบริการที่ไม่เคยใช้

ขาดความโปร่งใส

60%

ของผู้ใช้รู้สึกสับสนกับเงื่อนไขการยกเลิก

ภาพลวงตาด้านงบประมาณ

82%

ของผู้บริโภคประเมินต่ำกว่าความจริงของค่าใช้จ่ายที่ถูกหักอัตโนมัติ

ความกลัวจากข้อผูกมัด

44%

ของผู้สมัครสมาชิกเคยเจอกับประสบการณ์แบบ "กับดักการค้า"

การรับรองทางกฎหมาย

จดหมายทุกฉบับของเราร่างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อรับประกันความถูกต้องตามข้อกำหนด

ข้อผูกพันทางกฎหมาย

เราสร้างเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งผู้ให้บริการของคุณต้องรับรอง

ประสิทธิภาพทันที

ปลดภาระข้อผูกมัดของคุณภายในไม่ถึง 2 นาที โดยตรงทางออนไลน์

เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ

กลับมาควบคุมการเงินของคุณโดยหยุดการหักเงินที่ไม่จำเป็น

ยกเลิก Promise: วิธีที่ถูกต้องและง่ายดาย

วิธียกเลิก promise และการหยุดหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร

Promise คืออะไร และเพราะเหตุใดคุณอาจต้องยกเลิก

Promise เป็นบริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคในไทยเข้าถึงเงินกู้ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ระบบหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารเพื่อสิ่งอำนวยความสะดวกในการชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม หลายคนพบว่าพวกเขาไม่ได้ใช้บริการนี้อีกต่อไป หรือต้องการเปลี่ยนไปใช้สินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า

คุณอาจรู้สึกว่าการยกเลิกเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้วคุณมีสิทธิในการหยุดบริการนี้ได้เมื่อใดก็ตาม และที่นี่ที่ Stopee เรามีทรัพยากรที่ช่วยให้ขั้นตอนง่ายขึ้น

บริการของ promise และโครงสร้างค่าใช้จ่าย

Promise นำเสนอวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งคุณสามารถใช้เงินได้ตามที่ต้องการ บริษัทนี้เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามเงิอกว่าคุณเบิกจำนวนเท่าไร บริการหักเงินอัตโนมัติถูกตั้งค่าเพื่อให้การชำระเงินเป็นไปอย่างราบรื่น แต่หากคุณไม่ต้องการหักเงินอีกต่อไป คุณต้องส่งคำร้องยกเลิกให้กับทีมงานของพวกเขาโดยตรง

เหตุผลทั่วไปสำหรับการยกเลิก promise

ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ตัดสินใจยกเลิก Promise เพราะหลายเหตุผล เช่น การค้นพบอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าจากคู่แข่งอื่น หรือพบว่าพวกเขาสามารถชำระหนี้เต็มจำนวนได้แล้ว บางคนกังวลเกี่ยวกับการหักเงินอัตโนมัติทำให้พวกเขาต้องการควบคุมการเงินของตนเองได้ดีขึ้น คุณไม่ได้อยู่คนเดียว และที่ Stopee เราเข้าใจความกังวลเหล่านี้

ราคาและค่าใช้จ่ายของ promise

ก่อนที่คุณจะยกเลิก สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าคุณจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ตารางด้านล่างแสดงข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างค่าใช้จ่ายของ Promise

ประเภทค่าใช้จ่าย จำนวน หมายเหตุ
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตามข้อตกลงสัญญา คิดตามจำนวนเงินที่เบิก
ค่าธรรมเนียมบริหารบัญชี ตามข้อตกลงสัญญา อาจคิดเป็นรายปี
ค่าธรรมเนียมการหักเงินไม่สำเร็จ ตามข้อตกลงสัญญา หากบัญชีของคุณไม่มีเงินเพียงพอ
ค่าธรรมเนียมการออกแบบใหม่ ตามข้อตกลงสัญญา หากต้องการปรับแผนใหม่
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ตามสัญญา ต้องชำระก่อนยกเลิก

สำคัญ: หากคุณยังมียอดคงเหลือ คุณต้องชำระให้เสร็จสิ้นก่อนที่ Promise จะหยุดการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีของคุน

ตรวจสอบสถานะบัญชีของคุณก่อนยกเลิก

ก่อนส่งคำร้องยกเลิก คุณต้องรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบัญชี Promise ของคุน เพื่อให้ทีมงานสามารถระบุตัวคุณและประมวลผลการร้องขอได้อย่างรวดเร็ว

ข้อมูลที่คุณต้องเตรียม

เมื่อคุณติดต่อ Promise เพื่อยกเลิก ให้มีข้อมูลต่อไปนี้พร้อม:

  • เลขสัญญาหรือเลขที่ประจำตัวของบัญชี Promise
  • ชื่อเต็มตามบัตรประชาชน
  • เลขบัตรประชาชน
  • เบอร์โทรศัพท์มือถือ
  • อีเมลที่ลงทะเบียนกับ Promise
  • บัญชีธนาคารที่ใช้สำหรับการหักเงิน
  • สำเนาของเอกสารประจำตัว

Pro tip: ตรวจสอบยอดคงเหลือของคุณในแอป Promise หรือล็อกอินเว็บไซต์ก่อน ถ้าคุณมียอดคงเหลือ คุณต้องจ่ายให้หมดก่อนยกเลิก

การตรวจสอบประวัติการหักเงิน

บันทึกยอดการหักเงินของคุณในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ดูได้จากสเตตเมนต์บัญชีธนาคาร หรือแอป Promise หากคุณพบการหักเงินซ้ำหรือการหักเงินที่ไม่ถูกต้อง คุณสามารถใช้ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานเมื่อร้องขอการคืนเงิน และที่ Stopee เราสามารถช่วยคุณตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ได้

วิธีการยกเลิก promise - ขั้นตอนทีละขั้นตอน

ทีมงาน Promise ไม่อนุญาตให้ยกเลิกผ่านแอปหรือเว็บไซต์โดยตรง คุณต้องติดต่อพวกเขาทางโทรศัพท์หรือจดหมายลงทะเบียน วิธีการล่างนี้เป็นวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุด

วิธีที่ 1: การติดต่อโดยจดหมายลงทะเบียน (วิธีที่ดีที่สุด)

การส่งจดหมายลงทะเบียนคือวิธีที่ให้หลักฐานมากที่สุด เพราะว่ามีการบันทึกและคุณจะได้รับใบเสร็จที่พิสูจน์ว่าคุณได้ส่งคำร้องแล้ว ปฏิบัติตามขั้นตอนด้านล่าง:

  1. เตรียมเนื้อหาจดหมายของคุณ
    • เขียนจดหมายอย่างชัดเจนขอให้ยกเลิกการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร
    • ระบุเลขสัญญาและเลขบัตรประชาชน
    • ขอให้ Promise ยืนยันการยกเลิกทางอีเมลหรือจดหมาย
    • ลงนามจดหมายของคุณด้วยลายมือ
  2. แนบเอกสารสำคัญ
    • สำเนาบัตรประชาชน
    • สำเนาสเตตเมนต์บัญชีธนาคารล่าสุด
    • สำเนาสัญญา Promise (หากมี)
  3. ส่งไปยังที่อยู่สำนักงานใหญ่ของ Promise
    • ที่อยู่: 159/19-20 Sukhumvit 21 Road (Asok), ชั้น 12 ห้อง 1201 กรุงเทพมหานคร 10110
    • ส่งด้วยจดหมายลงทะเบียนเพื่อให้มีใบเสร็จ
  4. รอการยืนยัน
    • Promise จะส่งการยืนยันการยกเลิกตามที่คุณขอ
    • บันทึกหมายเลขลงทะเบียนและวันที่ส่ง
    • รอ 7-14 วันเพื่อให้การหักเงินหยุด

วิธีที่ 2: การติดต่อโทรศัพท์โดยตรง

หากคุณต้องการวิธีที่เร็วกว่า คุณสามารถโทรหาสายด้านพนักงานลูกค้าของ Promise ได้ แต่โปรดจดบันทึกเลขที่ร้อง วันเวลา และชื่อพนักงานที่คุยด้วย

  1. โทรหาฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของ Promise
    • ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ล่าสุดจากเว็บไซต์ Promise
    • เตรียมข้อมูลส่วนตัวของคุณ (เลขสัญญา เลขบัตรประชาชน)
  2. ขอให้ยกเลิกการหักเงินอัตโนมัติ
    • บอกพนักงานว่าคุณต้องการยกเลิก Promise โดยหยุดการหักเงิน
    • ขอให้ยืนยันการยกเลิกทางอีเมล
  3. บันทึกรายละเอียด
    • จดหมายเลขร้อง วันเวลา และชื่อพนักงาน
    • ส่งอีเมลตามปฏิบัติเพื่อให้มีหลักฐาน
  4. ตรวจสอบบัญชีธนาคาร
    • รอ 7-14 วัน เช่นเดียวกับวิธีจดหมาย
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการหักเงินได้หยุดแล้ว

Warning: โทรศัพท์อาจนอกเวลาทำการ ลองโทรในเวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์ 09:00-17:00)

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่คุณยกเลิก promise

เมื่อคุณส่งคำร้องยกเลิก Promise จะนำเวลาในการประมวลผล คุณต้องรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เพื่อคุณมั่นใจว่าการหักเงินได้หยุดจริงๆ

ระยะเวลาการประมวลผล

Promise มักใช้เวลา 7-14 วันเพื่อประมวลผลคำร้องยกเลิก นั่นหมายความว่าหากคุณส่งคำร้องในวันจันทร์ การหักเงินอาจยังจะเกิดขึ้นตั้งแต่หนึ่งถึงสองครั้งเพิ่มเติมขณะที่พวกเขาประมวลผล ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และคุณจะได้รับเงินคืนหากมีการหักเงินซ้ำ

การตรวจสอบการหักเงินหลังยกเลิก

สำคัญมากที่คุณต้องตรวจสอบบัญชีธนาคารของคุณเป็นประจำหลังจากส่งคำร้องยกเลิก ให้ติดตามรายการหักเงิน Promise ทั้งหมด วิธีนี้:

  • ตรวจสอบสเตตเมนต์บัญชีธนาคารของคุณทุกวัน
  • ค้นหารายการชื่อ "Promise" หรือชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง
  • หากพบการหักเงินหลังจากระยะเวลา 14 วัน ติดต่อ Promise ทันทีและสอบถามสถานะ
  • หากไม่ได้รับการตอบสนอบในแล้ว ไปยัง Stopee เพื่อขอความช่วยเหลือในการทำให้การหักเงินหยุด

Pro tip: ทั้งใน Stopee เรามีเครื่องมือช่วยให้คุณติดตามค่าใช้จ่ายซ้ำได้ ทำให้ง่ายขึ้นในการระบุปัญหา

การเรียกร้องการคืนเงินและสิทธิของผู้บริโภค

หากพบว่า Promise ยังคงหักเงินจากบัญชีของคุณหลังจากส่งคำร้องยกเลิก หรือหากมีการหักเงินซ้ำ คุณมีสิทธิในการเรียกร้องการคืนเงิน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2543 บริษัท Promise ต้องชำระเงินคืนให้คุณโดยไม่มีข้อแม้ใจ

ขั้นตอนการเรียกร้องการคืนเงิน

  1. รวบรวมหลักฐาน
    • สำเนาจดหมายลงทะเบียนหรือบันทึกการโทรศัพท์
    • สเตตเมนต์บัญชีธนาคารแสดงการหักเงินซ้ำ
    • หมายเลขร้องจาก Promise (หากมี)
  2. ติดต่อ Promise เป็นครั้งแรก
    • ส่งจดหมายลงทะเบียนขอการคืนเงินโดยระบุจำนวนเงินที่หักซ้ำ
    • กำหนดกำหนดเวลา 30 วันให้พวกเขาตอบสนอบ
  3. ติดต่อสำนักสิทธิผู้บริโภคหากไม่มีการตอบสนอบ
    • สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค เบอร์ 1300
    • ส่งเรื่องร้องเรียนโดยแนบหลักฐานทั้งหมด
  4. ร้องเรียนต่อสำนักงานอัยการหากยังไม่ได้ผล

สิทธิผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค

ตามกฎหมายไทย คุณมีสิทธิต่อไปนี้:

  • สิทธิในการหยุดบริการ: คุณสามารถขอหยุดการหักเงินได้ตลอดเวลา หากบริษัทไม่ให้ยกเลิก นั่นเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ
  • สิทธิในการคืนเงิน: หากมีการหักเงินไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการหักเงินซ้ำ คุณมีสิทธิได้รับเงินคืน
  • สิทธิต่อข้อมูล: คุณสามารถขอดูข้อมูลบัญชีทั้งหมดของคุณได้ตลอดเวลา
  • สิทธิในการสนับสนุนทางกฎหมาย: หากพบการละเมิด ตำรวจหรือสำนักงานอัยการสามารถดำเนินการได้

ที่ Stopee เราช่วยให้คุณเข้าใจและใช้สิทธิเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่

ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ต้องหลีกเลี่ยง

ความปรารถนาที่จะยกเลิก Promise ได้อย่างรวดเร็ว มักทำให้ผู้คนตัดสินใจในรีบตัวและทำให้เกิดข้อผิดพลาด เรามาดูกันว่าควรหลีกเลี่ยงอะไร

ข้อผิดพลาดที่ 1: เชื่อว่าการยกเลิกผ่านแอปนั้นถูกต้อง

หลายคนถือว่าการลบแอป Promise หรือการยกเลิกการสมัครสมาชิกผ่านแอปนั้นเท่ากับการยกเลิกการหักเงิน ไม่ใช่เช่นนั้น การหักเงินอัตโนมัติจะยังคงเกิดขึ้นต่อไปจนกว่าคุณจะติดต่อ Promise โดยตรง

ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่มีการบันทึกหลักฐาน

หากคุณโทรหา Promise แต่ไม่จดบันทึกเลขร้อง วันเวลา หรือชื่อพนักงาน คุณจะไม่มีหลักฐานว่าคุณได้ขอยกเลิก หากเกิดข้อพิพาท หลักฐานนี้สำคัญมาก ทั้งที่ Stopee เราแนะนำให้ส่งจดหมายลงทะเบียนเพื่อให้มีหลักฐานชัดเจน

ข้อผิดพลาดที่ 3: ไม่ตรวจสอบบัญชีหลังยกเลิก

บางคนส่งคำร้องยกเลิกแล้วลืมตรวจสอบว่าการหักเงินหยุดแล้วหรือไม่ บทบาทของคุณคือติดตามให้แน่ใจว่า Promise ปฏิบัติตามคำขอของคุณ

ข้อผิดพลาดที่ 4: ชำระหนี้ไม่เต็มก่อนยกเลิก

หากคุณยังมียอดคงเหลือ Promise สามารถปฏิเสธคำร้องยกเลิกจนกว่าคุณจะชำระเต็มจำนวน ตรวจสอบยอดของคุณและชำระให้หมดก่อนส่งคำร้อง

รายการตรวจสอบสำหรับการยกเลิก promise

ใช้รายการนี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่พลาดขั้นตอนสำคัญใดๆ เมื่อยกเลิก Promise

ขั้นตอน สำเร็จแล้ว หมายเหตุ
ตรวจสอบยอดคงเหลือ ถ้าเป็นศูนย์ คุณพร้อมยกเลิก
รวบรวมข้อมูลส่วนตัว (เลขสัญญา เลขประชาชน) มีให้พร้อมสำหรับติดต่อ Promise
เขียนจดหมายลงทะเบียนขอยกเลิก วิธีที่แนะนำมากที่สุด
ส่งจดหมายและเก็บใบเสร็จ บันทึกหมายเลขลงทะเบียน
รอ 7-14 วัน และตรวจสอบบัญชี ตรวจสอบสเตตเมนต์ทุกวัน
ยืนยันว่าการหักเงินหยุดแล้ว ขั้นตอนสุดท้าย - เสร็จสิ้น

การเปรียบเทียบวิธีการยกเลิก

วิธีการต่างกันมีข้อดีและข้อเสีย ตารางนี้จะช่วยให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ

วิธีการ ความเร็ว หลักฐาน ข้อเสีย
จดหมายลงทะเบียน 7-14 วัน หลักฐานที่แข็งแกร่ง ใช้เวลามากขึ้น
โทรศัพท์ 1-2 วัน อ่อนแอ (ต้องจดบันทึก) อาจไม่มี Follow-up
เว็บไซต์ Promise ทันที ไม่มี ไม่หยุดการหักเงิน
แอป Promise ทันที ไม่มี ไม่หยุดการหักเงิน
จดหมายลงทะเบียน + โทรศัพท์ 7-14 วัน หลักฐานที่แข็งแกร่ง ไม่มี

ที่อยู่สำนักงานและการติดต่อ promise

หากคุณต้องการส่งจดหมายลงทะเบียนหรือต้องการติดต่อ Promise เพื่อยกเลิก ใช้รายละเอียดด้านล่าง

ที่อยู่สำนักงานใหญ่ของ promise

ที่อยู่: 159/19-20 Sukhumvit 21 Road (Asok), ชั้น 12 ห้อง 1201 กรุงเทพมหานคร 10110 ประเทศไทย

ส่วนลูกค้าสัมพันธ์: ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ล่าสุดจากเว็บไซต์ Promise หรือแอป Promise

สำคัญ: ส่งจดหมายด้วยวิธีลงทะเบียนเพื่อให้มีหลักฐาน อย่าลืมแนบสำเนาของเอกสารประจำตัวและข้อมูลบัญชี

หากคุณพบความยากลำบากในการยกเลิก Promise หรือหาก Promise ปฏิเสธการยกเลิกของคุณ ที่ Stopee เราสามารถช่วยได้ Stopee ได้ช่วยให้คนหลายพันคนยกเลิกบริการที่ไม่ต้องการอีกต่อไป รวมถึงการติดตามเรื่องการหักเงินซ้ำ และการเรียกร้องการคืนเงิน เข้ามาที่ Stopee เพื่อรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม และปล่อยให้เราจัดการกับรายละเอียดที่ยุ่งยากให้คุณ

FAQ

Promise เป็นบริการทางการเงินที่ให้สินเชื่อส่วนบุคคลและวงเงินสินเชื่อในประเทศไทย โดยมีการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารสำหรับการชำระคืนวงเงินตามสัญญา.

คุณสามารถยกเลิก Promise ได้ผ่าน App Store, Google Play, หรือทางเว็บไซต์ โดยแนะนำให้ส่งจดหมายลงทะเบียนเพื่อเป็นหลักฐาน.

ควรตรวจสอบยอดชำระคงเหลือและวันตัดรอบบิลล่าสุด รวมถึงบันทึกหลักฐานการชำระเงินย้อนหลังเพื่อใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบ.

เมื่อยกเลิกการสมัคร บริการตามสัญญาอาจยังให้การเข้าถึงจนถึงสิ้นรอบบิลที่ชำระล่วงหน้า ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสัญญา.

การเข้าถึงบริการหลังการยกเลิกขึ้นอยู่กับวันที่ยกเลิกและวันที่ชำระเงินล่วงหน้า โดยอาจยังคงเข้าถึงได้จนถึงสิ้นรอบบิล.

บริการยกเลิกที่คล้ายกัน