
จัดการ Promise
สิ่งที่คุณยังไม่รู้!
การสูญเสียแบบเงียบ
84%
ของผู้คนเสียเงินทุกเดือนกับบริการที่ไม่เคยใช้
ขาดความโปร่งใส
60%
ของผู้ใช้รู้สึกสับสนกับเงื่อนไขการยกเลิก
ภาพลวงตาด้านงบประมาณ
82%
ของผู้บริโภคประเมินต่ำกว่าความจริงของค่าใช้จ่ายที่ถูกหักอัตโนมัติ
ความกลัวจากข้อผูกมัด
44%
ของผู้สมัครสมาชิกเคยเจอกับประสบการณ์แบบ "กับดักการค้า"
การรับรองทางกฎหมาย
จดหมายทุกฉบับของเราร่างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อรับประกันความถูกต้องตามข้อกำหนด
ข้อผูกพันทางกฎหมาย
เราสร้างเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งผู้ให้บริการของคุณต้องรับรอง
ประสิทธิภาพทันที
ปลดภาระข้อผูกมัดของคุณภายในไม่ถึง 2 นาที โดยตรงทางออนไลน์
เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ
กลับมาควบคุมการเงินของคุณโดยหยุดการหักเงินที่ไม่จำเป็น
ยกเลิก Promise: วิธีที่ถูกต้องและง่ายดาย
วิธียกเลิก promise และการหยุดหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร
Promise คืออะไร และเพราะเหตุใดคุณอาจต้องยกเลิก
Promise เป็นบริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคในไทยเข้าถึงเงินกู้ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ระบบหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารเพื่อสิ่งอำนวยความสะดวกในการชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม หลายคนพบว่าพวกเขาไม่ได้ใช้บริการนี้อีกต่อไป หรือต้องการเปลี่ยนไปใช้สินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า
คุณอาจรู้สึกว่าการยกเลิกเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้วคุณมีสิทธิในการหยุดบริการนี้ได้เมื่อใดก็ตาม และที่นี่ที่ Stopee เรามีทรัพยากรที่ช่วยให้ขั้นตอนง่ายขึ้น
บริการของ promise และโครงสร้างค่าใช้จ่าย
Promise นำเสนอวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งคุณสามารถใช้เงินได้ตามที่ต้องการ บริษัทนี้เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามเงิอกว่าคุณเบิกจำนวนเท่าไร บริการหักเงินอัตโนมัติถูกตั้งค่าเพื่อให้การชำระเงินเป็นไปอย่างราบรื่น แต่หากคุณไม่ต้องการหักเงินอีกต่อไป คุณต้องส่งคำร้องยกเลิกให้กับทีมงานของพวกเขาโดยตรง
เหตุผลทั่วไปสำหรับการยกเลิก promise
ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ตัดสินใจยกเลิก Promise เพราะหลายเหตุผล เช่น การค้นพบอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าจากคู่แข่งอื่น หรือพบว่าพวกเขาสามารถชำระหนี้เต็มจำนวนได้แล้ว บางคนกังวลเกี่ยวกับการหักเงินอัตโนมัติทำให้พวกเขาต้องการควบคุมการเงินของตนเองได้ดีขึ้น คุณไม่ได้อยู่คนเดียว และที่ Stopee เราเข้าใจความกังวลเหล่านี้
ราคาและค่าใช้จ่ายของ promise
ก่อนที่คุณจะยกเลิก สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าคุณจะต้องชำระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ตารางด้านล่างแสดงข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างค่าใช้จ่ายของ Promise
| ประเภทค่าใช้จ่าย | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ | ตามข้อตกลงสัญญา | คิดตามจำนวนเงินที่เบิก |
| ค่าธรรมเนียมบริหารบัญชี | ตามข้อตกลงสัญญา | อาจคิดเป็นรายปี |
| ค่าธรรมเนียมการหักเงินไม่สำเร็จ | ตามข้อตกลงสัญญา | หากบัญชีของคุณไม่มีเงินเพียงพอ |
| ค่าธรรมเนียมการออกแบบใหม่ | ตามข้อตกลงสัญญา | หากต้องการปรับแผนใหม่ |
| ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง | ตามสัญญา | ต้องชำระก่อนยกเลิก |
สำคัญ: หากคุณยังมียอดคงเหลือ คุณต้องชำระให้เสร็จสิ้นก่อนที่ Promise จะหยุดการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีของคุน
ตรวจสอบสถานะบัญชีของคุณก่อนยกเลิก
ก่อนส่งคำร้องยกเลิก คุณต้องรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบัญชี Promise ของคุน เพื่อให้ทีมงานสามารถระบุตัวคุณและประมวลผลการร้องขอได้อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลที่คุณต้องเตรียม
เมื่อคุณติดต่อ Promise เพื่อยกเลิก ให้มีข้อมูลต่อไปนี้พร้อม:
- เลขสัญญาหรือเลขที่ประจำตัวของบัญชี Promise
- ชื่อเต็มตามบัตรประชาชน
- เลขบัตรประชาชน
- เบอร์โทรศัพท์มือถือ
- อีเมลที่ลงทะเบียนกับ Promise
- บัญชีธนาคารที่ใช้สำหรับการหักเงิน
- สำเนาของเอกสารประจำตัว
Pro tip: ตรวจสอบยอดคงเหลือของคุณในแอป Promise หรือล็อกอินเว็บไซต์ก่อน ถ้าคุณมียอดคงเหลือ คุณต้องจ่ายให้หมดก่อนยกเลิก
การตรวจสอบประวัติการหักเงิน
บันทึกยอดการหักเงินของคุณในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ดูได้จากสเตตเมนต์บัญชีธนาคาร หรือแอป Promise หากคุณพบการหักเงินซ้ำหรือการหักเงินที่ไม่ถูกต้อง คุณสามารถใช้ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานเมื่อร้องขอการคืนเงิน และที่ Stopee เราสามารถช่วยคุณตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ได้
วิธีการยกเลิก promise - ขั้นตอนทีละขั้นตอน
ทีมงาน Promise ไม่อนุญาตให้ยกเลิกผ่านแอปหรือเว็บไซต์โดยตรง คุณต้องติดต่อพวกเขาทางโทรศัพท์หรือจดหมายลงทะเบียน วิธีการล่างนี้เป็นวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุด
วิธีที่ 1: การติดต่อโดยจดหมายลงทะเบียน (วิธีที่ดีที่สุด)
การส่งจดหมายลงทะเบียนคือวิธีที่ให้หลักฐานมากที่สุด เพราะว่ามีการบันทึกและคุณจะได้รับใบเสร็จที่พิสูจน์ว่าคุณได้ส่งคำร้องแล้ว ปฏิบัติตามขั้นตอนด้านล่าง:
- เตรียมเนื้อหาจดหมายของคุณ
- เขียนจดหมายอย่างชัดเจนขอให้ยกเลิกการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคาร
- ระบุเลขสัญญาและเลขบัตรประชาชน
- ขอให้ Promise ยืนยันการยกเลิกทางอีเมลหรือจดหมาย
- ลงนามจดหมายของคุณด้วยลายมือ
- แนบเอกสารสำคัญ
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาสเตตเมนต์บัญชีธนาคารล่าสุด
- สำเนาสัญญา Promise (หากมี)
- ส่งไปยังที่อยู่สำนักงานใหญ่ของ Promise
- ที่อยู่: 159/19-20 Sukhumvit 21 Road (Asok), ชั้น 12 ห้อง 1201 กรุงเทพมหานคร 10110
- ส่งด้วยจดหมายลงทะเบียนเพื่อให้มีใบเสร็จ
- รอการยืนยัน
- Promise จะส่งการยืนยันการยกเลิกตามที่คุณขอ
- บันทึกหมายเลขลงทะเบียนและวันที่ส่ง
- รอ 7-14 วันเพื่อให้การหักเงินหยุด
วิธีที่ 2: การติดต่อโทรศัพท์โดยตรง
หากคุณต้องการวิธีที่เร็วกว่า คุณสามารถโทรหาสายด้านพนักงานลูกค้าของ Promise ได้ แต่โปรดจดบันทึกเลขที่ร้อง วันเวลา และชื่อพนักงานที่คุยด้วย
- โทรหาฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของ Promise
- ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ล่าสุดจากเว็บไซต์ Promise
- เตรียมข้อมูลส่วนตัวของคุณ (เลขสัญญา เลขบัตรประชาชน)
- ขอให้ยกเลิกการหักเงินอัตโนมัติ
- บอกพนักงานว่าคุณต้องการยกเลิก Promise โดยหยุดการหักเงิน
- ขอให้ยืนยันการยกเลิกทางอีเมล
- บันทึกรายละเอียด
- จดหมายเลขร้อง วันเวลา และชื่อพนักงาน
- ส่งอีเมลตามปฏิบัติเพื่อให้มีหลักฐาน
- ตรวจสอบบัญชีธนาคาร
- รอ 7-14 วัน เช่นเดียวกับวิธีจดหมาย
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการหักเงินได้หยุดแล้ว
Warning: โทรศัพท์อาจนอกเวลาทำการ ลองโทรในเวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์ 09:00-17:00)
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่คุณยกเลิก promise
เมื่อคุณส่งคำร้องยกเลิก Promise จะนำเวลาในการประมวลผล คุณต้องรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เพื่อคุณมั่นใจว่าการหักเงินได้หยุดจริงๆ
ระยะเวลาการประมวลผล
Promise มักใช้เวลา 7-14 วันเพื่อประมวลผลคำร้องยกเลิก นั่นหมายความว่าหากคุณส่งคำร้องในวันจันทร์ การหักเงินอาจยังจะเกิดขึ้นตั้งแต่หนึ่งถึงสองครั้งเพิ่มเติมขณะที่พวกเขาประมวลผล ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และคุณจะได้รับเงินคืนหากมีการหักเงินซ้ำ
การตรวจสอบการหักเงินหลังยกเลิก
สำคัญมากที่คุณต้องตรวจสอบบัญชีธนาคารของคุณเป็นประจำหลังจากส่งคำร้องยกเลิก ให้ติดตามรายการหักเงิน Promise ทั้งหมด วิธีนี้:
- ตรวจสอบสเตตเมนต์บัญชีธนาคารของคุณทุกวัน
- ค้นหารายการชื่อ "Promise" หรือชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง
- หากพบการหักเงินหลังจากระยะเวลา 14 วัน ติดต่อ Promise ทันทีและสอบถามสถานะ
- หากไม่ได้รับการตอบสนอบในแล้ว ไปยัง Stopee เพื่อขอความช่วยเหลือในการทำให้การหักเงินหยุด
Pro tip: ทั้งใน Stopee เรามีเครื่องมือช่วยให้คุณติดตามค่าใช้จ่ายซ้ำได้ ทำให้ง่ายขึ้นในการระบุปัญหา
การเรียกร้องการคืนเงินและสิทธิของผู้บริโภค
หากพบว่า Promise ยังคงหักเงินจากบัญชีของคุณหลังจากส่งคำร้องยกเลิก หรือหากมีการหักเงินซ้ำ คุณมีสิทธิในการเรียกร้องการคืนเงิน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2543 บริษัท Promise ต้องชำระเงินคืนให้คุณโดยไม่มีข้อแม้ใจ
ขั้นตอนการเรียกร้องการคืนเงิน
- รวบรวมหลักฐาน
- สำเนาจดหมายลงทะเบียนหรือบันทึกการโทรศัพท์
- สเตตเมนต์บัญชีธนาคารแสดงการหักเงินซ้ำ
- หมายเลขร้องจาก Promise (หากมี)
- ติดต่อ Promise เป็นครั้งแรก
- ส่งจดหมายลงทะเบียนขอการคืนเงินโดยระบุจำนวนเงินที่หักซ้ำ
- กำหนดกำหนดเวลา 30 วันให้พวกเขาตอบสนอบ
- ติดต่อสำนักสิทธิผู้บริโภคหากไม่มีการตอบสนอบ
- สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค เบอร์ 1300
- ส่งเรื่องร้องเรียนโดยแนบหลักฐานทั้งหมด
- ร้องเรียนต่อสำนักงานอัยการหากยังไม่ได้ผล
สิทธิผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
ตามกฎหมายไทย คุณมีสิทธิต่อไปนี้:
- สิทธิในการหยุดบริการ: คุณสามารถขอหยุดการหักเงินได้ตลอดเวลา หากบริษัทไม่ให้ยกเลิก นั่นเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ
- สิทธิในการคืนเงิน: หากมีการหักเงินไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการหักเงินซ้ำ คุณมีสิทธิได้รับเงินคืน
- สิทธิต่อข้อมูล: คุณสามารถขอดูข้อมูลบัญชีทั้งหมดของคุณได้ตลอดเวลา
- สิทธิในการสนับสนุนทางกฎหมาย: หากพบการละเมิด ตำรวจหรือสำนักงานอัยการสามารถดำเนินการได้
ที่ Stopee เราช่วยให้คุณเข้าใจและใช้สิทธิเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ต้องหลีกเลี่ยง
ความปรารถนาที่จะยกเลิก Promise ได้อย่างรวดเร็ว มักทำให้ผู้คนตัดสินใจในรีบตัวและทำให้เกิดข้อผิดพลาด เรามาดูกันว่าควรหลีกเลี่ยงอะไร
ข้อผิดพลาดที่ 1: เชื่อว่าการยกเลิกผ่านแอปนั้นถูกต้อง
หลายคนถือว่าการลบแอป Promise หรือการยกเลิกการสมัครสมาชิกผ่านแอปนั้นเท่ากับการยกเลิกการหักเงิน ไม่ใช่เช่นนั้น การหักเงินอัตโนมัติจะยังคงเกิดขึ้นต่อไปจนกว่าคุณจะติดต่อ Promise โดยตรง
ข้อผิดพลาดที่ 2: ไม่มีการบันทึกหลักฐาน
หากคุณโทรหา Promise แต่ไม่จดบันทึกเลขร้อง วันเวลา หรือชื่อพนักงาน คุณจะไม่มีหลักฐานว่าคุณได้ขอยกเลิก หากเกิดข้อพิพาท หลักฐานนี้สำคัญมาก ทั้งที่ Stopee เราแนะนำให้ส่งจดหมายลงทะเบียนเพื่อให้มีหลักฐานชัดเจน
ข้อผิดพลาดที่ 3: ไม่ตรวจสอบบัญชีหลังยกเลิก
บางคนส่งคำร้องยกเลิกแล้วลืมตรวจสอบว่าการหักเงินหยุดแล้วหรือไม่ บทบาทของคุณคือติดตามให้แน่ใจว่า Promise ปฏิบัติตามคำขอของคุณ
ข้อผิดพลาดที่ 4: ชำระหนี้ไม่เต็มก่อนยกเลิก
หากคุณยังมียอดคงเหลือ Promise สามารถปฏิเสธคำร้องยกเลิกจนกว่าคุณจะชำระเต็มจำนวน ตรวจสอบยอดของคุณและชำระให้หมดก่อนส่งคำร้อง
รายการตรวจสอบสำหรับการยกเลิก promise
ใช้รายการนี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่พลาดขั้นตอนสำคัญใดๆ เมื่อยกเลิก Promise
| ขั้นตอน | สำเร็จแล้ว | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ตรวจสอบยอดคงเหลือ | ☐ | ถ้าเป็นศูนย์ คุณพร้อมยกเลิก |
| รวบรวมข้อมูลส่วนตัว (เลขสัญญา เลขประชาชน) | ☐ | มีให้พร้อมสำหรับติดต่อ Promise |
| เขียนจดหมายลงทะเบียนขอยกเลิก | ☐ | วิธีที่แนะนำมากที่สุด |
| ส่งจดหมายและเก็บใบเสร็จ | ☐ | บันทึกหมายเลขลงทะเบียน |
| รอ 7-14 วัน และตรวจสอบบัญชี | ☐ | ตรวจสอบสเตตเมนต์ทุกวัน |
| ยืนยันว่าการหักเงินหยุดแล้ว | ☐ | ขั้นตอนสุดท้าย - เสร็จสิ้น |
การเปรียบเทียบวิธีการยกเลิก
วิธีการต่างกันมีข้อดีและข้อเสีย ตารางนี้จะช่วยให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ
| วิธีการ | ความเร็ว | หลักฐาน | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| จดหมายลงทะเบียน | 7-14 วัน | หลักฐานที่แข็งแกร่ง | ใช้เวลามากขึ้น |
| โทรศัพท์ | 1-2 วัน | อ่อนแอ (ต้องจดบันทึก) | อาจไม่มี Follow-up |
| เว็บไซต์ Promise | ทันที | ไม่มี | ไม่หยุดการหักเงิน |
| แอป Promise | ทันที | ไม่มี | ไม่หยุดการหักเงิน |
| จดหมายลงทะเบียน + โทรศัพท์ | 7-14 วัน | หลักฐานที่แข็งแกร่ง | ไม่มี |
ที่อยู่สำนักงานและการติดต่อ promise
หากคุณต้องการส่งจดหมายลงทะเบียนหรือต้องการติดต่อ Promise เพื่อยกเลิก ใช้รายละเอียดด้านล่าง
ที่อยู่สำนักงานใหญ่ของ promise
ที่อยู่: 159/19-20 Sukhumvit 21 Road (Asok), ชั้น 12 ห้อง 1201 กรุงเทพมหานคร 10110 ประเทศไทย
ส่วนลูกค้าสัมพันธ์: ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ล่าสุดจากเว็บไซต์ Promise หรือแอป Promise
สำคัญ: ส่งจดหมายด้วยวิธีลงทะเบียนเพื่อให้มีหลักฐาน อย่าลืมแนบสำเนาของเอกสารประจำตัวและข้อมูลบัญชี
หากคุณพบความยากลำบากในการยกเลิก Promise หรือหาก Promise ปฏิเสธการยกเลิกของคุณ ที่ Stopee เราสามารถช่วยได้ Stopee ได้ช่วยให้คนหลายพันคนยกเลิกบริการที่ไม่ต้องการอีกต่อไป รวมถึงการติดตามเรื่องการหักเงินซ้ำ และการเรียกร้องการคืนเงิน เข้ามาที่ Stopee เพื่อรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม และปล่อยให้เราจัดการกับรายละเอียดที่ยุ่งยากให้คุณ