จัดการ Shopify
สิ่งที่คุณยังไม่รู้!
การสูญเสียแบบเงียบ
84%
ของผู้คนเสียเงินทุกเดือนกับบริการที่ไม่เคยใช้
ขาดความโปร่งใส
60%
ของผู้ใช้รู้สึกสับสนกับเงื่อนไขการยกเลิก
ภาพลวงตาด้านงบประมาณ
82%
ของผู้บริโภคประเมินต่ำกว่าความจริงของค่าใช้จ่ายที่ถูกหักอัตโนมัติ
ความกลัวจากข้อผูกมัด
44%
ของผู้สมัครสมาชิกเคยเจอกับประสบการณ์แบบ "กับดักการค้า"
การรับรองทางกฎหมาย
จดหมายทุกฉบับของเราร่างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อรับประกันความถูกต้องตามข้อกำหนด
ข้อผูกพันทางกฎหมาย
เราสร้างเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งผู้ให้บริการของคุณต้องรับรอง
ประสิทธิภาพทันที
ปลดภาระข้อผูกมัดของคุณภายในไม่ถึง 2 นาที โดยตรงทางออนไลน์
เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ
กลับมาควบคุมการเงินของคุณโดยหยุดการหักเงินที่ไม่จำเป็น
ยกเลิก Shopify: วิธีที่ถูกต้องและง่ายดาย
วิธียกเลิก shopify อย่างปลอดภัย: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ประกอบการไทย
Shopify คืออะไรและเหมาะสำหรับธุรกิจไทยหรือไม่
Shopify เป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับสร้างและจัดการร้านค้าออนไลน์ที่ก่อตั้งในปี 2006 และมีสำนักงานใหญ่ในออตตาวา ประเทศแคนาดา แพลตฟอร์มนี้ให้บริการแบบการสมัครสมาชิกรายเดือน (SaaS) โดยคิดค่าบริการตั้งแต่ 1,200 บาทต่อเดือนสำหรับแผนพื้นฐาน
ฟีเจอร์หลักและราคาสำหรับผู้ประกอบการไทย
Shopify มีฟีเจอร์หลักได้แก่ การสร้างร้านค้าออนไลน์โดยไม่ต้องเขียนโค้ด การจัดการสินค้าไม่จำกัด ระบบชำระเงินแบบปลอดภัย และใบรับรอง SSL ฟรี ราคาแผนต่าง ๆ ในไทยคือ แผน Basic ที่ 1,200 บาทต่อเดือน แผน Shopify ที่ 3,200 บาทต่อเดือน และแผน Advanced ที่ 7,200 บาทต่อเดือน
บริการนี้เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ที่ต้องการศูนย์กระจายสินค้าออนไลน์โดยรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณกำลังพิจารณาว่าจะยกเลิกสมัครสมาชิกหรือไม่ Stopee ที่เว็บไซต์ stopee.com มีข้อมูลและคำแนะนำที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด
ที่อยู่และช่องทางติดต่อของ shopify
Shopify ไม่มีสำนักงานตัวแทนโดยตรงในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม มีสำนักงานในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ และสามารถติดต่อบริการลูกค้าผ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ สำนักงานของ Shopify ตั้งอยู่ที่ออตตาวา แคนาดา และสิงคโปร์สำหรับภูมิภาคเอเชีย
วิธีการยกเลิก shopify ตามแต่ละช่องทาง
ขั้นตอนการยกเลิกขึ้นอยู่กับว่าคุณสมัครสมาชิก Shopify โดยตรงหรือผ่าน App Store หรือ Google Play โดยแต่ละช่องทางมีขั้นตอนการยกเลิกที่แตกต่างกัน
ยกเลิก shopify ผ่านเว็บไซต์ shopify โดยตรง
หากคุณสมัครสมาชิก Shopify ผ่านเว็บไซต์ shopify.com โดยตรง ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อยกเลิกบัญชีของคุณ
- เข้าสู่บัญชี Shopify ของคุณด้วยอีเมลและรหัสผ่าน
- คลิกที่ไอคอนโปรไฟล์ในมุมขวาบน
- เลือก "การตั้งค่า" หรือ "Settings"
- ไปที่เมนู "แผนและการเรียกเก็บเงิน" (Plan and billing)
- คลิก "ยกเลิกการสมัครสมาชิก" (Cancel subscription)
- ตามขั้นตอนการยืนยันและเลือกเหตุผลการยกเลิก
- ยืนยันการยกเลิกครั้งสุดท้าย
Pro tip: ถ่ายหน้าจอหลังจากยกเลิกสำเร็จ เพื่อเป็นหลักฐานว่าคุณได้ยกเลิกแล้ว Stopee แนะนำให้คุณเก็บหลักฐานนี้ไว้อย่างปลอดภัยเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน
ยกเลิก shopify ผ่าน apple app store
ถ้าคุณสมัครสมาชิก Shopify ผ่าน Apple App Store บนอุปกรณ์ iPhone หรือ iPad ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้
- เปิดแอป App Store
- แตะไอคอนโปรไฟล์ของคุณในมุมขวาบน
- เลือก "การสมัครสมาชิก" (Subscriptions)
- หาและแตะ "Shopify" จากรายการการสมัครสมาชิก
- คลิก "ยกเลิกการสมัครสมาชิก" (Cancel Subscription)
- ยืนยันการยกเลิก
Warning: การยกเลิกผ่าน App Store จะหยุดการเรียกเก็บเงินผ่านช่องทางนั้นเท่านั้น หากคุณต้องการยกเลิกบัญชี Shopify ทั้งหมด ให้เข้าไปยกเลิกในเว็บไซต์ด้วยเช่นกัน
ยกเลิก shopify ผ่าน google play
ถ้าคุณสมัครสมาชิก Shopify ผ่าน Google Play บนอุปกรณ์ Android ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้
- เปิดแอป Google Play Store
- แตะไอคอนโปรไฟล์ของคุณในมุมขวาบน
- เลือก "การสมัครสมาชิก" (Subscriptions)
- หาและแตะ "Shopify"
- คลิก "ยกเลิก" (Cancel)
- ยืนยันการยกเลิกตามขั้นตอนที่ปรากฏ
Pro tip: Google Play มักจะเสนอให้คุณลดราคาก่อนยกเลิก หากคุณแน่ใจว่าต้องการยกเลิก ให้ข้ามขั้นตอนนี้และทำการยกเลิกให้สำเร็จ
ตรวจสอบก่อนยกเลิก: ขั้นตอนหลักทางการเงิน
ก่อนยกเลิก Shopify คุณควรตรวจสอบรายละเอียดการเรียกเก็บเงินเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดหวัง Stopee แนะนำให้คุณปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างพิถีพิถัน
ตรวจสอบวันเรียกเก็บเงินถัดไป
ขั้นแรก ให้เข้าเมนู "แผนและการเรียกเก็บเงิน" ในบัญชี Shopify ของคุณเพื่อดูวันเรียกเก็บถัดไป วันนี้สำคัญมากเพราะ Shopify จะเรียกเก็บเงินรายเดือน หากคุณยกเลิกก่อนวันเรียกเก็บถัดไป คุณจะไม่ถูกเรียกเก็บเงินอีกครั้ง
ตัวอย่างเช่น ถ้าวันเรียกเก็บถัดไปคือ 15 มิถุนายน คุณควรยกเลิกก่อนวันนั้นมิฉะนั้นคุณอาจถูกเรียกเก็บเงินสำหรับเดือนถัดไปแล้ว
ดูใบแจ้งหนี้และราคาปัจจุบัน
ให้ตรวจสอบใบแจ้งหนี้ล่าสุดของคุณเพื่อเห็นว่าคุณสมัครสมาชิกแผนไหน ราคาคือเท่าไหร่ และรอบการเรียกเก็บเงินเป็นเช่นไร ข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจค่าใช้จ่ายที่คาดหวังและตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผล
| แผน | ราคารายเดือน | ฟีเจอร์หลัก | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| Basic | ฿1,200 | สินค้าไม่จำกัด ธีมฟรี ระบบ SSL ฟรี | ผู้เริ่มต้น |
| Shopify | ฿3,200 | ฟีเจอร์ Basic + ระบบการจัดการขั้นสูง | ธุรกิจขนาดกลาง |
| Advanced | ฿7,200 | ฟีเจอร์ Shopify + API ขั้นสูง | ธุรกิจขนาดใหญ่ |
นโยบายการคืนเงินและระยะเวลาการยกเลิก
นโยบายการคืนเงินของ Shopify เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนยกเลิก เพื่อให้คุณรู้ว่าจะได้รับเงินคืนหรือไม่
ช่วงทดลองฟรี 14 วัน
หากคุณเพิ่งสมัครสมาชิก Shopify ประมาณ 14 วัน คุณอยู่ในช่วงทดลองฟรี หากคุณยกเลิกในช่วงนี้ คุณจะไม่ถูกเรียกเก็บเงินเลย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่คุณควรใช้เพื่อลองใช้งานและตัดสินใจว่า Shopify เหมาะสมกับคุณหรือไม่
นโยบายไม่คืนเงินสำหรับการสมัครสมาชิกทั่วไป
หากคุณออกจากช่วงทดลองฟรีแล้ว Shopify มีนโยบายที่ไม่คืนเงินสำหรับส่วนของการสมัครสมาชิกที่ใช้งานแล้ว ซึ่งหมายความว่าหากคุณสมัครสมาชิกในวันที่ 1 และยกเลิกในวันที่ 15 คุณจะไม่ได้เงินคืนสำหรับส่วนที่เหลือ Stopee ขอแนะนำให้คุณวางแผนการยกเลิกให้ตรงกับวันเรียกเก็บเงิน เพื่อลดการสูญเสีย
สิทธิของผู้บริโภคไทยในกรณีถูกเรียกเก็บเงินหลังยกเลิก
หากคุณยกเลิก Shopify แล้วแต่ยังถูกเรียกเก็บเงิน คุณมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2561 และกฎหมายการค้าอิเล็กทรอนิกส์
สิทธิในการเรียกร้องเงินคืน
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค คุณมีสิทธิเรียกร้องเงินคืนหากคุณไม่ได้รับบริการที่คุณสมัครสมาชิก รวมถึงกรณีที่ Shopify เรียกเก็บเงินแม้คุณได้ยกเลิกแล้ว Stopee แนะนำให้คุณเก็บหลักฐานการยกเลิก เช่น ใบแจ้งหนี้ สลิปการทำธุรกรรม และภาพหน้าจอการยกเลิก
ขั้นตอนการเรียกร้องคืนเงินหรือร้องเรียน
- ติดต่อ Shopify โดยตรงผ่านทางอีเมลลูกค้าสेวา (support@shopify.com) หรือหน้าเว็บสนับสนุน
- จัดเตรียมหลักฐานทั้งหมดของการยกเลิก
- เสนอขอให้คืนเงิน พร้อมอธิบายสถานการณ์อย่างชัดเจน
- หากไม่ได้รับการตอบสนองจาก Shopify ภายใน 15 วัน ให้ส่งร้องเรียนไปยงคณะอนุกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
Pro tip: เก็บจดหมายระหว่างคุณและ Shopify ทั้งหมด นี่จะช่วยในการแสดงหลักฐานว่าคุณพยายามแก้ไขปัญหาในสุจริต
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังยกเลิก shopify
เมื่อคุณยกเลิก Shopify สำเร็จ คุณควรเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร้านค้าและข้อมูลของคุณ
การเข้าถึงร้านค้าจะหยุด
หลังจากวันสิ้นสุดการสมัครสมาชิก คุณจะไม่สามารถเข้าใช้ร้านค้า Shopify ของคุณได้อีก ลูกค้าของคุณก็จะไม่สามารถเข้าใช้เว็บไซต์ของคุณได้เช่นกัน ซึ่งหมายความว่าคุณควรสำรองข้อมูลสินค้าและข้อมูลลูกค้าก่อนยกเลิก
การสำรองข้อมูลและการโยกย้าย
ก่อนยกเลิก Shopify ให้ส่วนออกข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ใบสั่งซื้อ และข้อมูลลูกค้า Shopify อนุญาตให้คุณนำออกข้อมูลได้ แต่เมื่อยกเลิกแล้ว คุณอาจไม่สามารถเข้าถึงบัญชีได้ ให้ทำการนี้ตั้งแต่ตอนนี้เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหาย
การต่ออายุอัตโนมัติหลังยกเลิก
โดยปกติ เมื่อคุณยกเลิก Shopify แล้ว บัญชีของคุณจะไม่ต่ออายุโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม Stopee ขอแนะนำให้คุณเตือนให้ระวังและติดตามบัญชีธนาคารของคุณเป็นเวลา 2-3 เดือนหลังยกเลิก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม
ข้อผิดพลาดทั่วไปเมื่อยกเลิก shopify
หลายคนตกอยู่ในกับดักโดยไม่ตั้งใจเมื่อยกเลิก Shopify เราเข้าใจความรู้สึกของคุณ และต้องการช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไปเหล่านี้
ไม่สำรองข้อมูลก่อนยกเลิก
ข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดคือการไม่สำรองข้อมูลก่อนยกเลิก เมื่อคุณยกเลิก ข้อมูลของคุณอาจสูญหายไปตลอดกาล ให้ส่วนออกข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และข้อมูลลูกค้าทั้งหมด
ยกเลิกเพียงผ่าน app store แต่ลืมเข้าเว็บยกเลิก
หากคุณสมัครสมาชิก Shopify ผ่านหลายช่องทาง ให้ยกเลิกทั้งหมด การยกเลิกจาก App Store เพียงอย่างเดียวอาจไม่หยุดการเรียกเก็บเงินทั้งหมด
ยกเลิกในวันหลังวันเรียกเก็บเงินแล้ว
ถ้าคุณยกเลิกหลังวันเรียกเก็บเงินแล้ว คุณจะต้องจ่ายค่าบริการเต็มสำหรับเดือนนั้น วางแผนให้ยกเลิกก่อนวันเรียกเก็บเพื่อลดค่าใช้จ่าย
ไม่เก็บหลักฐานการยกเลิก
หากเกิดข้อขัดแย้งแล้ว คุณจะต้องมีหลักฐานว่าคุณยกเลิกแล้ว ถ่ายหน้าจอและเก็บอีเมลยืนยันการยกเลิกไว้อย่างปลอดภัย
รายการตรวจสอบการยกเลิก shopify
ใช้รายการนี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณทำทุกอย่างอย่างถูกต้อง
| ขั้นตอน | สถานะ |
|---|---|
| ตรวจสอบวันเรียกเก็บถัดไป | ☐ |
| ส่วนออกข้อมูลสินค้าและลูกค้า | ☐ |
| ยกเลิก Shopify ผ่านเว็บไซต์ | ☐ |
| ยกเลิก Shopify ผ่าน App Store (ถ้าใช้) | ☐ |
| ยกเลิก Shopify ผ่าน Google Play (ถ้าใช้) | ☐ |
| เก็บหลักฐานการยกเลิก | ☐ |
เปรียบเทียบ shopify กับแพลตฟอร์มอื่น ๆ
ถ้าคุณกำลังพิจารณาว่าจะยกเลิก Shopify เพื่อใช้บริการอื่น หรือต้องการเข้าใจความแตกต่าง ให้ดูตารางเปรียบเทียบนี้
| แพลตฟอร์ม | ราคาเริ่มต้น | ความง่ายในการใช้งาน | ความยืดหยุ่น |
|---|---|---|---|
| Shopify | ฿1,200/เดือน | สูง | ปานกลาง |
| WooCommerce | ฟรี (ต้องจ่ายโฮสติ้ง) | ปานกลาง | สูง |
| Wix | ฿300/เดือน | สูง | ต่ำ |
| BigCommerce | ฿2,500/เดือน | ปานกลาง | สูง |
| Magento | ฟรี (ต้องจ่ายพัฒนา) | ต่ำ | สูง |
| OpenCart | ฟรี (ต้องจ่ายโฮสติ้ง) | ปานกลาง | ปานกลาง |
ติดต่อ shopify เพื่อขอความช่วยเหลือ
หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการยกเลิกหรือมีคำถามเพิ่มเติม คุณสามารถติดต่อ Shopify ผ่านช่องทางต่าง ๆ Stopee ขอแนะนำให้คุณบันทึกหมายเลขแทิกเคตการติดต่อทั้งหมด เพื่อเป็นหลักฐานว่าคุณพยายามแก้ไขปัญหา
ช่องทางติดต่อ
- ศูนย์ช่วยเหลือออนไลน์: help.shopify.com
- อีเมลลูกค้าสেวา: support@shopify.com
- แชตออนไลน์: ผ่านแอป Shopify
- สำนักงาน Shopify ในภูมิภาค: Shopify (สิงคโปร์) สำหรับลูกค้าในเอเชีย
ข้อมูลที่ต้องเตรียมเมื่อติดต่อ
- ชื่อบัญชี Shopify ของคุณ
- อีเมลที่ลงทะเบียน
- เบอร์โทรศัพท์
- หลักฐานการเรียกเก็บเงิน (ถ้าต้องการร้องเรียน)
- รายละเอียดปัญหาของคุณ
สรุปและข้อแนะนำสุดท้าย
การยกเลิก Shopify ไม่ใช่กระบวนการที่ยากหากคุณปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างระมัดระวัง ความสำคัญหลักคือการสำรองข้อมูล การตรวจสอบวันเรียกเก็บเงิน และการเก็บหลักฐาน Stopee ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้บริโภคนับพันคนในการยกเลิกบริการต่าง ๆ อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
หากคุณต้องการข้อมูลและการสนับสนุนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกเลิกบริการต่าง ๆ โปรดเยี่ยมชม stopee.com เพื่อดูคู่มือและเครื่องมือการยกเลิกที่ครอบคลุมสำหรับบริการนับร้อย Stopee ทำให้การยกเลิกเป็นเรื่องง่าย ประหยัด และเป็นธรรม สำหรับผู้บริโภคทั้งหมด