
จัดการ Vllo
สิ่งที่คุณยังไม่รู้!
การสูญเสียแบบเงียบ
84%
ของผู้คนเสียเงินทุกเดือนกับบริการที่ไม่เคยใช้
ขาดความโปร่งใส
60%
ของผู้ใช้รู้สึกสับสนกับเงื่อนไขการยกเลิก
ภาพลวงตาด้านงบประมาณ
82%
ของผู้บริโภคประเมินต่ำกว่าความจริงของค่าใช้จ่ายที่ถูกหักอัตโนมัติ
ความกลัวจากข้อผูกมัด
44%
ของผู้สมัครสมาชิกเคยเจอกับประสบการณ์แบบ "กับดักการค้า"
การรับรองทางกฎหมาย
จดหมายทุกฉบับของเราร่างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อรับประกันความถูกต้องตามข้อกำหนด
ข้อผูกพันทางกฎหมาย
เราสร้างเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งผู้ให้บริการของคุณต้องรับรอง
ประสิทธิภาพทันที
ปลดภาระข้อผูกมัดของคุณภายในไม่ถึง 2 นาที โดยตรงทางออนไลน์
เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ
กลับมาควบคุมการเงินของคุณโดยหยุดการหักเงินที่ไม่จำเป็น
ยกเลิก Vllo: วิธีที่ถูกต้องและง่ายดาย
วิธียกเลิก vllo และรับคืนเงิน: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ใช้ไทย
Vllo คืออะไรและเหมาะกับใครบ้าง
Vllo เป็นแอปพลิเคชันตัดต่อวิดีโอที่ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปและผู้สร้างเนื้อหาสามารถผลิตวิดีโอมาตรฐานมืออาชีพได้โดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ราคาแพง บริษัทที่พัฒนา Vllo ตั้งอยู่ในเกาหลีใต้ และบริการนี้ทำงานบนระบบฟรีเมียม (freemium) ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถใช้เครื่องมือพื้นฐานได้ฟรี แต่ต้องจ่ายสำหรับฟีเจอร์ขั้นสูง
Stopee ได้เห็นว่าผู้ใช้หลายคนสมัคร Vllo เพื่อทำงานสั้นๆ เพียงสองสามเดือนเท่านั้น แล้วจึงต้องการยกเลิก เนื่องจากสัญญาการสมัครสมาชิกมักจะต่ออายุโดยอัตโนมัติ คุณจึงต้องทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บเงินที่ไม่ต้องการ
รูปแบบการชำระเงินและแผนราคา vllo
Vllo มีสองแผนการสมัครสมาชิกหลัก คือ Vllo Plus และ Vllo Premium โดยแต่ละแผนสามารถเลือกการชำระเงินรายเดือนหรือรายปี เมื่อคุณสมัครสมาชิก สัญญาของคุณจะต่ออายุโดยอัตโนมัติในวันที่เดียวกันทุกเดือนหรือทุกปี ขึ้นอยู่กับแผนที่คุณเลือก
ตารางด้านล่างแสดงราคาปัจจุบันเป็นเงินไทย
| แผนสมัครสมาชิก | ราคารายเดือน | ราคารายปี | ฟีเจอร์หลัก |
|---|---|---|---|
| Vllo Plus (แนะนำ) | ฿149 | ฿1,490 | ตัดต่อพื้นฐาน เอฟเฟกต์ 1,000+ รายการ |
| Vllo Premium | ฿299 | ฿2,990 | คลังเพลง ปลอดโปรแกรม ส่งออก 4K |
| ฟรี | ฿0 | ไม่มี | ฟีเจอร์ตัดต่อพื้นฐาน ส่งออกปกติ |
ควรยกเลิก vllo หรือไม่
คุณอาจต้องการยกเลิก Vllo หากคุณค้นพบว่าคุณไม่ได้ใช้แอปเลยหลังจากสมัครสมาชิกไป 30 วัน หากเครื่องมือตัดต่อส่วนอื่นทำงานได้ดีกว่า หรือหากคุณตัดสินใจพลัดพ่วงมาจากการสร้างวิดีโอ
สิ่งสำคัญคือการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการสมัครสมาชิกจะต่ออายุโดยอัตโนมัติหากคุณไม่ยกเลิกก่อนวันต่ออายุ Stopee เตือนว่าการหน่วงเหนือไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ยิ่งเร็วเท่าไร การรับประกันตัวเองก็ยิ่งมาก
วิธีการยกเลิก vllo: ขั้นตอนทีละขั้น
มีวิธีสามวิธีหลักในการยกเลิก Vllo ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และแพลตฟอร์มที่คุณใช้
วิธีที่ 1: ยกเลิกผ่าน app store (iOS)
หากคุณสมัคร Vllo บน iPad หรือ iPhone ของคุณ ต้องยกเลิกผ่าน App Store ของ Apple เช่นกัน นี่คือวิธีเดียวที่ Apple ยอมรับ
- เปิดแอป App Store บน iPhone หรือ iPad ของคุณ
- แตะไอคอน โปรไฟล์ ที่มุมขวาบนสุดของหน้าจอ
- เลือก การสมัครสมาชิก
- ค้นหา Vllo ในรายการของคุณ
- แตะ Vllo เพื่อดูรายละเอียดการสมัครสมาชิก
- แตะปุ่ม ยกเลิกการสมัครสมาชิก สีแดง
- ยืนยันการยกเลิก โดยเลือก ยืนยัน หรือ ใช่ ยกเลิก
Pro tip: ถ่ายภาพหน้าจอของขั้นตอนการยกเลิกอย่างน้อยสองสามภาพ บันทึกเวลา วันที่ และภาพหน้าจอขั้นตอนสุดท้ายที่ยืนยันว่าการยกเลิกเสร็จสิ้น หลักฐานนี้มีความสำคัญจากมุมมองของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
Warning: App Store อาจแสดงข้อความที่พยายามเพียงเพื่อให้คุณย้อนกลับ เช่น "ข้อเสนอพิเศษ" หรือ "ส่วนลด" คุณต้องปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด และดำเนินการยกเลิก
วิธีที่ 2: ยกเลิกผ่าน google play (Android)
ผู้ใช้ Android จะยกเลิก Vllo ผ่าน Google Play Store ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินอย่างเป็นทางการสำหรับสมาร์টโฟน Android
- เปิดแอป Google Play Store บนอุปกรณ์ Android
- แตะไอคอน โปรไฟล์ ที่มุมขวาบนสุด
- เลือก การสมัครสมาชิก
- หา Vllo และแตะชื่อแอป
- เลือก ยกเลิกการสมัครสมาชิก
- ยืนยันการยกเลิกโดยแตะ ยกเลิก หรือ ใช่ ยกเลิก
Pro tip: Google Play มักส่งอีเมลยืนยันไปยังที่อยู่อีเมลที่เชื่อมกับบัญชี Google ของคุณ ให้บันทึกอีเมลนี้ไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติม
Warning: บางครั้ง Google Play อาจหน่วงเหนือการยกเลิกไป 24 ชั่วโมง จนกว่าสิ่งสุดท้ายจะมีผลบังคับใจ เอกสารการยกเลิกของ Stopee แนะนำให้ตรวจสอบหน้าบัญชีอีกครั้งในวันถัดไปเพื่อยืนยันว่าการสมัครสมาชิกได้ถูกปิดสมาชิกอย่างสมบูรณ์แล้ว
วิธีที่ 3: ยกเลิกผ่านจดหมายลงทะเบียน (วิธีที่แนะนำทางกฎหมายมากที่สุด)
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดทางกฎหมายคือการส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของบริษัท หลักฐานการส่งจดหมายลงทะเบียนสร้างหลักฐานกฎหมายที่แข็งแกร่งในกรณีที่เกิดข้อพิพาท
- รวบรวมข้อมูลหน้าจอของคุณ
- หมายเลขบัญชีผู้ใช้ Vllo
- วันที่เริ่มสมัครสมาชิก
- หมายเลขใบเสร็จการชำระเงินครั้งล่าสุด
- วันที่กำหนดต่ออายุถัดไป
- เขียนจดหมายลงทะเบียนซึ่งระบุ:
- "ฉันขอยกเลิกสัญญาการสมัครสมาชิก Vllo ของฉันอย่างชัดเจน"
- วันที่ต้องการให้การยกเลิกมีผลบังคับใจ (วันถัดไปหลังจากวันที่ส่ง)
- คำขอให้ยืนยันการยกเลิกทางอีเมล
- ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของบริษัท Vllo (ที่อยู่ให้ไว้ด้านล่าง)
- ขอใบเสร็จจากไปรษณีย์ (ใบเสร็จแสดงหมายเลขการติดตามและวันที่ส่ง)
- เก็บสำเนาจดหมายและใบเสร็จเป็นเวลาอย่างน้อยสองปี
Pro tip: Stopee ได้ช่วยเหลือผู้ใช้หลายพันคนยกเลิกการสมัครสมาชิก และเราขอแนะนำให้ใช้วิธีจดหมายลงทะเบียนร่วมกับการยกเลิกผ่านแอป เพื่อให้ได้หลักฐานสองชั้นสำหรับการป้องกัน
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนยกเลิก vllo
ก่อนกดปุ่มยกเลิก ให้ตรวจสอบรายละเอียดสัญหา้จำเพาะต่างๆ เหล่านี้
ตรวจสอบวันต่ออายุถัดไปของคุณ
ก่อนอื่น ให้เข้าไปที่บัญชี Vllo ของคุณและค้นหาวันที่เรียกเก็บเงินถัดไป วิธีนี้ช่วยคุณเข้าใจว่าคุณมีเวลาเท่าไรในการยกเลิกก่อนที่จะมีการเรียกเก็บเงินใหม่
Warning: หากคุณยกเลิกหลังจากวันที่เรียกเก็บเงินแล้วแม้แต่สักนาที คุณจะต้องจ่ายเงินสำหรับช่วงเต็มเดือนหรือปีถัดไป ขึ้นอยู่กับสัญญาของคุณ
บันทึกหมายเลขใบเสร็จและรายละเอียดการชำระเงิน
ให้ถ่ายภาพหน้าจอใบเสร็จล่าสุด วันที่ชำระเงิน และยอดเงินที่ชำระ เอกสารเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพิสูจน์การชำระเงินก่อนหน้า และจะช่วยได้หากคุณต้องการขอเงินคืนหรือทำให้เกิดข้อพิพาท
Stopee มักขอให้ผู้ใช้เก็บหลักฐานนี้ไว้ 2 ปี เนื่องจากธรรมเนียมปฏิบัติด้านกฎหมายของไทยอนุญาตให้ยกเลิกสัญญาโดยการบอกล่วงหน้า 30 วัน
ค้นหาที่อยู่ติดต่อและช่องทางการสนับสนุน
ค้นหาช่องทางการติดต่อของ Vllo ก่อนที่คุณจะเริ่มกระบวนการยกเลิก โปรดระวังว่า Vllo มีไซต์เว็บและอีเมลสนับสนุนหลายที่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสื่อสารกับเจ้าของอย่างเป็นทางการ
ระเบียบการคืนเงินและนโยบายการคืนเงิน vllo
นโยบายการคืนเงินของ Vllo คล้ายกับบริการ SaaS อื่นๆ ที่ทำงานบนแพลตฟอร์มการชำระเงินของบุคคลที่สาม
คุณสามารถขอเงินคืนได้ไหม
ในการตัดสินใจว่าจะขอเงินคืนหรือไม่ ให้พิจารณาระยะเวลาต่อไปนี้
| ช่วงระยะเวลา | นโยบายการคืนเงิน | ขั้นตอนที่แนะนำ |
|---|---|---|
| ภายใน 14 วันแรก | คุณอาจมีสิทธิการคืนเงิน | ติดต่อ Apple/Google Play ก่อน ขอคืนเงินจากแพลตฟอร์ม |
| ระหว่าง 15-30 วัน | มีโอกาสคืนเงินจำกัด | ยกเลิกทันที ติดต่อ Vllo เพื่อขอพิจารณา |
| หลังจาก 30 วัน | ไม่มีการคืนเงินโดยทั่วไป | ยกเลิกเพื่อป้องกันการเรียกเก็บเงินในอนาคต |
วิธีขอเงินคืนจาก apple app store
หากคุณสมัคร Vllo ผ่าน Apple App Store และต้องการขอเงินคืน ให้ทำตามขั้นตอนนี้
- เปิด App Store และแตะ โปรไฟล์
- เลือก ซื้อ จากนั้นค้นหา Vllo
- แตะ รายการ ของการซื้อ Vllo และค้นหา รายงานปัญหา
- เลือก ร้องขอเงินคืน และระบุเหตุผล (เช่น "สมัครสมาชิกโดยไม่ได้ตั้งใจ")
- ส่งแบบฟอร์ม Apple มักจะประมวลผลอยู่ใน 48 ชั่วโมง
วิธีขอเงินคืนจาก google play store
ผู้ใช้ Android สามารถขอเงินคืนจาก Google Play Store ผ่านขั้นตอนที่คล้ายกัน
- เปิด Google Play Store และแตะ โปรไฟล์
- เลือก การจัดการการสมัครสมาชิกและการซื้อ
- เลือก ประวัติการสั่งซื้อ เพื่อค้นหารายการ Vllo
- แตะการซื้อและเลือก รายงานปัญหา
- ระบุเหตุผลสำหรับการขอคืนเงิน
- ส่งแบบฟอร์ม Google มักใช้เวลา 3-5 วันในการตัดสินใจ
Pro tip: หากปฏิเสธการคืนเงิน คุณสามารถอุทธรณ์เพียงครั้งเดียว โปรดจำไว้ว่า Stopee ได้ช่วยผู้ใช้อุทธรณ์และรับชัยชนะในหลายกรณี โดยให้เหตุผลว่า "ไม่ได้ใช้บริการ" หรือ "สมัครสมาชิกโดยไม่ได้ตั้งใจ"
สิทธิของผู้บริโภคตามกฎหมายไทยและพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
คุณมีสิทธิทางกฎหมายสำคัญบางประการภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และกฎหมายปกป้องผู้บริโภคของไทย
สิทธิของคุณในการยกเลิกการสมัครสมาชิก
กฎหมายไทยให้สิทธิแก่ผู้บริโภคในการขอยกเลิกบริการการสมัครสมาชิกแบบเกิดซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อ:
- คุณสมัครสมาชิกโดยไม่ได้ตั้งใจหรือถูกหลอก
- บริการไม่ได้สรรหา คำอธิบายให้ชัดเจนเกี่ยวกับการต่ออายุโดยอัตโนมัติ
- ได้ถูกเรียกเก็บเงินซ้ำหลังจากยกเลิกแล้ว
- บริการหยุดทำงานหรือให้บริการไม่ถูกต้องตามสัญญา
Warning: Vllo ตั้งอยู่ในเกาหลีใต้ แต่ให้บริการแก่ผู้ใช้ไทย นั่นหมายความว่า หากเกิดข้อพิพาท คุณอาจเข้าถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (OCPB) ของไทยเพื่อยื่นร้อง
วิธีติดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
หากคุณต้องการยื่นร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินที่ไม่ยุติธรรม การสัญญากล่าวหา หรือการปฏิเสธการคืนเงิน ให้ติดต่อ OCPB:
- ช่องทางออนไลน์: www.ocpb.go.th
- สายด่วน: 1166 (จากทั้งสามเครือข่ายโทรศัพท์)
- ที่อยู่: สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค 927 ถนนเพชรบุรี กรุงเทพมหานคร
Pro tip: OCPB ไม่คิดค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นร้อง ให้นำหลักฐานทั้งหมด (จดหมายลงทะเบียน หน้าจอ ใบเสร็จ) มาด้วย เพื่อให้ OCPB มีเวลาน้อยที่สุดในการตัดสินใจ
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง: ความผิดพลาดทั่วไปในการยกเลิก
หลายคนพยายามยกเลิก Vllo แต่กระทำผิดพลาดที่ทำให้ความพยายามของพวกเขาล้มเหลว นี่คือข้อผิดพลาดที่เราเห็นบ่อยที่สุด
ความผิดพลาดที่ 1: เพียงลบแอปจากอุปกรณ์ของคุณ
มันง่ายที่จะเข้าใจผิดว่าการลบแอปจาก iPhone หรือ Android ของคุณจะยกเลิกการสมัครสมาชิก แต่นั่นไม่เป็นความจริง การลบแอปเพียงแค่ลบแอปเท่านั้น โดยปล่อยให้การสมัครสมาชิกของคุณไม่เปลี่ยนแปลงและยังคงการเรียกเก็บเงินต่อไป
คุณต้องเข้าไปในแพลตฟอร์มการชำระเงิน (App Store หรือ Google Play) อย่างชัดเจนและยกเลิกการสมัครสมาชิก เท่านั้นเท่ากับการลบแอปจะหยุดการเรียกเก็บเงิน
ความผิดพลาดที่ 2: หรือเลือก "ยกเลิกการติดตามการอัปเดต" แทน "ยกเลิกการสมัครสมาชิก"
บางครั้ง App Store และ Google Play ให้ตัวเลือกที่ทำให้สับสน เช่น "หยุดการอัปเดตอัตโนมัติ" หรือ "ยกเลิกการบอกเหตุการณ์" ตัวเลือกเหล่านี้ ไม่ใช่ เช่นเดียวกับการยกเลิกการสมัครสมาชิก ให้ค้นหาปุ่มสีแดงที่พูดว่า "ยกเลิกการสมัครสมาชิก" อย่างชัดเจน
ความผิดพลาดที่ 3: ยกเลิกหลังจากวันต่ออายุแล้ว
การต่ออายุการสมัครสมาชิกส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเวลาเที่ยงคืน คุณอาจคิดว่าคุณมีหลายวัน แต่จริง ๆ แล้วคุณได้รับการเรียกเก็บเงินแล้ว ให้ยกเลิกอย่างน้อยสามวันก่อนวันที่ต่ออายุเพื่อให้ปลอดภัย
ความผิดพลาดที่ 4: ไม่ได้บันทึกหลักฐาน
หากคุณยกเลิกแล้วยังได้รับการเรียกเก็บเงิน คุณจะต้องหลักฐานที่แสดงว่าคุณพยายามยกเลิก หากคุณไม่ได้ถ่ายภาพหน้าจอ หลักฐานจะยากต่อการพิสูจน์
Stopee ขอแนะนำให้ถ่ายภาพหน้าจอของทุกขั้นตอน รวมถึงหน้าจอสุดท้ายที่ยืนยันการยกเลิก ให้เก็บรูปภาพเหล่านี้ไว้อย่างน้อยสองปี
หลังจากยกเลิก vllo: สิ่งที่ต้องทำ
เหตุการณ์อื่นเกิดขึ้นหลังจากที่คุณกดปุ่มยกเลิก การมีสมาธิต่ออะไรที่จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ตรวจสอบว่าการสมัครสมาชิกหมดลงจริงหรือไม่
หลังจากยกเลิก ให้กลับไปที่ App Store หรือ Google Play หลังจาก 24 ชั่วโมงและตรวจสอบว่า Vllo ยังปรากฏในรายการการสมัครสมาชิกของคุณ หรือไม่ หากยังอยู่ที่นั่น ให้ลองยกเลิกอีกครั้ง
มองหาการเรียกเก็บเงินไม่คาดคิด
ตรวจสอบใบแจ้งยอดบัตรเครดิตและยอดบัญชี PayPal ของคุณอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาสามเดือน ในกรณีที่ Vllo ยังคงพยายามเรียกเก็บเงิน คุณจะต้องติดต่อแพลตฟอร์มการชำระเงินของคุณทันทีและอ้างว่า "การเรียกเก็บเงินจากบริการที่ยกเลิกแล้ว"
ขอเงินคืนหากไม่ได้ยกเลิกอย่างหลวม
หากมีการเรียกเก็บเงินครั้งนอกเหนือจากวันที่ยกเลิก ให้ติดต่อ Apple (ผ่าน App Store) หรือ Google (ผ่าน Google Play) ทันที และอ้างว่าคุณได้ยกเลิก ให้ระบุวันที่ยกเลิก และจำนวนเงินที่เรียกเก็บเงินโดยไม่ได้อนุญาต
Pro tip: Stopee พบว่าเมื่อคุณระบุวันที่ยกเลิกอย่างชัดเจนและนำเสนอหลักฐาน Apple และ Google มักจะอนุมัติการคืนเงินค่อนข้างเร็ว ให้เลือกตัวเลือก "การเรียกเก็บเงินโดยไม่ได้อนุญาต" เมื่อทำการอุทธรณ์
รายการตรวจสอบการยกเลิก vllo
ก่อนที่คุณจะพิจารณาว่างานเสร็จสมบูรณ์ ให้ผ่านรายการตรวจสอบนี้
| ภารกิจ | เสร็จสิ้น? | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ยกเลิกการสมัครสมาชิกผ่าน App Store หรือ Google Play | ✓ | บันทึกวันที่และเวลา |
| ถ่ายภาพหน้าจอของหน้าการยกเลิกที่ยืนยัน | ✓ | เก็บไว้ 2 ปี |
| ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ของบริษัท (ตัวเลือก) | ✓ | ขอใบเสร็จ |
| เก็บหมายเลขใบเสร็จและหลักฐานการชำระเงิน | ✓ | สำคัญสำหรับข้อพิพาทในภายหลัง |
| ตรวจสอบหลังจาก 24 ชั่วโมง ว่าการสมัครสมาชิกหมดลงแล้ว | ✓ | ถ้ายังอยู่ ให้ลองอีกครั้ง |
| ตรวจสอบใบแจ้งยอดบัตรเครดิตเป็นประจำเป็นเวลา 3 เดือน | ✓ | หากมีการเรียกเก็บเงิน ให้อุทธรณ์ทันที |
ข้อมูลติดต่อและที่อยู่ของ vllo สำหรับการยกเลิก
ต้องการยกเลิน Vllo โดยใช้จดหมายลงทะเบียน? ใช้ข้อมูลติดต่อต่อไปนี้
ที่อยู่ของบริษัท Vllo:
Vllo (Picsart Inc.)
Seoul, South Korea
สำนักงานสนับสนุนทั่วโลก: support@vllo.com
โปรดจำไว้ว่า Vllo ใช้อีเมลสนับสนุนหลายแห่ง หากส่งจดหมายลงทะเบียน ให้ขอที่อยู่จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Vllo และตรวจสอบความถูกต้องของที่อยู่ทั้งหมด
สรุป: คุณควรปล่อยให้ vllo หรือคงไว้
การตัดสินใจที่จะยกเลิก Vllo เป็นการตัดสินใจส่วนตัว แต่หากคุณไม่ได้ใช้แอปเป็นประจำ หรือหากคุณพบว่าเครื่องมือแก้ไขอื่นๆ ดีกว่า ก็ไม่มีประเด็นในการจ่ายเงินต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาการสมัครสมาชิกที่ต่ออายุโดยอัตโนมัติสามารถแพร่กระจายได้ อย่างรวดเร็ว เมื่อรวมกับบริการอื่นๆ
Stopee ได้ช่วยเหลือผู้ใช้หลายพันคนยกเลิกบริการการสมัครสมาชิก ไม่ว่าจะเป็น Vllo หรืออื่นๆ และเรารู้ว่าขั้นตอนนั้นง่าย เมื่อคุณติดตามพวกเขา ด้วยการใช้วิธีการแพลตฟอร์มตรง (App Store/Google Play) และส่งจดหมายลงทะเบียนอีกด้วย คุณสามารถปกป้องตัวเองจากการเรียกเก็บเงินไม่คาดคิดและกำจัดสิ่งที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายดิจิทัลที่ไม่จำเป็น
ในที่สุด Stopee แนะนำให้คุณถ่ายภาพหน้าจอทั้งหมด ส่งจดหมายลงทะเบียน และตรวจสอบใบแจ้งยอดของคุณเป็นเวลาสามเดือน วิธีนี้คุณมีหลักฐานทั้งหมดหากเกิดความขัดแย้ง Stopee ก็พร้อมที่จะช่วยคุณได้มากขึ้น