สมัครสมาชิกไม่จำกัด: โปรโมชัน ฿33.75 สำหรับ 48 ชม. จากนั้น ฿1,837.50 ต่อเดือนโดยไม่มีข้อผูกมัด
Reface

จัดการ Reface

สิ่งที่คุณยังไม่รู้!

การสูญเสียแบบเงียบ

84%

ของผู้คนเสียเงินทุกเดือนกับบริการที่ไม่เคยใช้

ขาดความโปร่งใส

60%

ของผู้ใช้รู้สึกสับสนกับเงื่อนไขการยกเลิก

ภาพลวงตาด้านงบประมาณ

82%

ของผู้บริโภคประเมินต่ำกว่าความจริงของค่าใช้จ่ายที่ถูกหักอัตโนมัติ

ความกลัวจากข้อผูกมัด

44%

ของผู้สมัครสมาชิกเคยเจอกับประสบการณ์แบบ "กับดักการค้า"

การรับรองทางกฎหมาย

จดหมายทุกฉบับของเราร่างโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อรับประกันความถูกต้องตามข้อกำหนด

ข้อผูกพันทางกฎหมาย

เราสร้างเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งผู้ให้บริการของคุณต้องรับรอง

ประสิทธิภาพทันที

ปลดภาระข้อผูกมัดของคุณภายในไม่ถึง 2 นาที โดยตรงทางออนไลน์

เพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ

กลับมาควบคุมการเงินของคุณโดยหยุดการหักเงินที่ไม่จำเป็น

ยกเลิก Reface: คู่มือที่ครบถ้วน

วิธียกเลิก reface และคืนเงินในไทย: คู่มือสิทธิผู้บริโภคปี 2025

Reface คืออะไรและเหตุใดผู้ใช้ไทยจึงเลือกยกเลิก

Reface เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อสลับใบหน้าในวิดีโอและภาพถ่าย ซึ่งเปิดตัวในปี 2019 และได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศรวมถึงไทย

Reface นำเสนอแผนสมัครสมาชิกแบบจ่ายรายเดือนและรายปี โดยมีสิทธิ์ใช้ฟีเจอร์พรีเมียมเช่น การสลับหน้าในวิดีโอ การลบโฆษณา และตัวกรองพิเศษ หลายคนเลือกสมัครสมาชิก แต่หลังจากใช้ไประยะหนึ่ง พวกเขาต้องการยกเลิกด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ไม่ใช้บ่อย ค่าใช้งานสูง หรือพบว่าแอปไม่ตรงความคาดหวัง

ราคาและแผนสมัครสมาชิกของ reface ในไทย

Reface ในประเทศไทยนำเสนอแผนสมัครสมาชิกชำระเงินดังต่อไปนี้

แผนสมัครสมาชิก ราคา (บาท) ระยะเวลา ฟีเจอร์หลัก
Reface Pro (เป็นแผนที่นิยมที่สุด) ฿149 รายเดือน สิทธิ์สลับหน้าไม่จำกัด ลบโฆษณา ตัวกรองพิเศษ
Reface Pro (รายปี) ฿1,490 12 เดือน สิทธิ์เดียวกับรายเดือน ประหยัดได้มากขึ้น
Reface Free ฿0 ไม่มีข้อมูล สลับหน้าได้จำกัด มีโฆษณา

เหตุใดผู้ใช้ไทยจึงสมัครใจยกเลิก reface

ผู้ใช้มักเลือกยกเลิกด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ค่าใช้งานรายเดือน฿149 บาทสะสมมากเกินไป อยากลองแอปอื่นแทน หรือพบว่าแอปไม่ตรงความต้องการจริง Stopee ได้รับการร้องขอจากผู้ใช้ไทยหลายคนเพื่อช่วยยกเลิก Reface เนื่องจากกระบวนการนี้อาจสับสน

สิทธิผู้บริโภคของคุณตามกฎหมายไทย

ก่อนที่คุณจะดำเนินการยกเลิก สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจสิทธิของคุณตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

สิทธิการยกเลิกและการขอคืนเงินภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้บริโภคในประเทศไทยมีสิทธิดังต่อไปนี้

  • สิทธิในการยกเลิกสัญญา: คุณมีสิทธิยกเลิกการสมัครสมาชิกแบบสั่นไหว (auto-renewal subscription) ได้อย่างอิสระ โดยต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้า
  • สิทธิในการขอคืนเงิน: หากคุณแจ้งยกเลิกก่อนวันเรียกเก็บเงินรอบถัดไป คุณสามารถขอคืนเงินได้หากอยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม
  • สิทธิในการปฏิเสธการต่ออายุโดยอัตโนมัติ: ตามกฎหมาย บริการที่ต่ออายุโดยอัตโนมัติจะต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบและให้ความยินยอมก่อน

สำคัญ: หากคุณถูกเรียกเก็บเงินหลังยกเลิก คุณมีสิทธิขอคืนเงินและสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานสิ่งแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้บริโภค (สสม.) ได้

วิธียกเลิก reface ผ่าน app store (iOS)

หากคุณสมัครสมาชิก Reface ผ่าน App Store บนอุปกรณ์ iPhone หรือ iPad คุณสามารถยกเลิกได้โดยตรงจากแอป

ขั้นตอนการยกเลิก reface ผ่าน app store

  1. เปิดแอป App Store บนอุปกรณ์ iOS ของคุณ
  2. แตะไอคอน โปรไฟล์ ที่มุมขวาบนของหน้าจอ
    • อาจมีลักษณ์เป็นวงกลมที่มีภาพของคุณหรือตัวอักษร
  3. เลื่อนลงและแตะ สมัครสมาชิก (Subscriptions)
    • นี่คือส่วนที่แสดงรายการสมัครสมาชิกทั้งหมดที่คุณมีอยู่
  4. ค้นหา Reface ในรายการและแตะชื่อ
    • หากมีสมัครสมาชิกหลายแบบ ให้เลือกอันที่คุณต้องการยกเลิก
  5. แตะ ยกเลิกการสมัครสมาชิก (Cancel Subscription) ที่ด้านล่างของหน้าจอ
    • Apple อาจแสดงข้อเสนอให้คงไว้ซึ่งส่วนลด อย่ากลั้วแกล้ง
  6. ยืนยันการยกเลิกโดยแตะ ยืนยันการยกเลิก (Confirm Cancellation)
    • หลังจากนี้ การสมัครสมาชิกจะสิ้นสุดลงเมื่อเสร็จสิ้นรอบการเรียกเก็บเงินปัจจุบัน

Pro tip: ให้ถ่ายภาพหน้าจอหลังจากขั้นตอนที่ 6 เพื่อบันทึกหลักฐานว่าคุณยกเลิกเรียบร้อยแล้ว หากถูกเรียกเก็บเงินต่อหลังนี้ คุณจะมีหลักฐาน

วิธียกเลิก reface ผ่าน google play (Android)

ผู้ใช้ Android สามารถยกเลิก Reface ผ่าน Google Play Store ได้ง่ายเช่นเดียวกับ iOS

ขั้นตอนการยกเลิก reface ผ่าน google play

  1. เปิดแอป Google Play Store บนอุปกรณ์ Android
  2. แตะไอคอน โปรไฟล์ ที่มุมขวาบน
    • จะแสดงตัวอักษรหรือรูปภาพของคุณเมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว
  3. แตะ การตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว จากเมนูที่ปรากฏ
  4. ค้นหา สมัครสมาชิก (Subscriptions) และแตะ
    • จะเห็นรายการแอปทั้งหมดที่คุณสมัครสมาชิก
  5. เลือก Reface จากรายการ
  6. แตะ ยกเลิกการสมัครสมาชิก (Cancel subscription)
    • Google อาจทำให้ยืนยันมากกว่าหนึ่งครั้ง
  7. แตะ ยกเลิก (Cancel) อีกครั้งเพื่อยืนยัน
    • การสมัครสมาชิกจะสิ้นสุดลงในวันที่เสร็จสิ้นรอบการเรียกเก็บเงิน

Pro tip: เช่นเดียวกับ App Store ให้ถ่ายภาพหน้าจอหลังจากสำเร็จเพื่อบันทึกการยกเลิก Stopee ขอแนะนำให้เก็บหลักฐานเหล่านี้ไว้อย่างน้อย 3 เดือน เพื่อความปลอดภัย

การส่งจดหมายลงทะเบียน: วิธีที่เชื่อถือได้ที่สุด

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการยกเลิก Stopee ฉันแนะนำให้ส่งจดหมายลงทะเบียนเพิ่มเติมเพื่อให้มีหลักฐานทางกฎหมายสิ้นสุด

เหตุใดจดหมายลงทะเบียนจึงสำคัญ

การยกเลิกผ่าน App Store หรือ Google Play นั้นสะดวก แต่หากคุณถูกเรียกเก็บเงินต่อหลังยกเลิก คุณต้องมีหลักฐานการแจ้งยกเลิกอย่างเป็นทางการ จดหมายลงทะเบียนถือเป็นหลักฐานทางกฎหมายที่ยอมรับได้ในศาล

ขั้นตอนการส่งจดหมายลงทะเบียน

  1. เตรียม สำเนาหลักฐาน ดังต่อไปนี้:
    • ใบเสร็จการชำระเงิน (payment receipt) จาก App Store หรือ Google Play
    • หมายเลขสมาชิกหรืออีเมลที่ลงทะเบียนกับ Reface
    • ภาพหน้าจอของสมัครสมาชิกที่แสดงว่าคุณเป็นสมาชิก
    • ภาพหน้าจอหลังยกเลิก (เพื่อแสดงว่าคุณยกเลิกแล้ว)
  2. เขียนจดหมายประกาศยกเลิกที่ชัดเจน ระบุ:
    • เลขที่บัญชีสมาชิก (หากมี)
    • อีเมลที่ลงทะเบียน
    • วันที่ขอให้หยุดการเรียกเก็บเงิน
    • ขอให้ระบุการสิ้นสุดการสมัครสมาชิก
    • ขอให้ส่งอีเมลยืนยันการยกเลิก
  3. หาที่อยู่ที่ถูกต้องเพื่อส่งจดหมาย:
    • ตรวจสอบใบเสร็จจาก App Store หรือ Google Play
    • หากไม่มีอยู่ใน receipt ให้ดูที่เว็บไซต์ Reface ส่วน "Contact Us" หรือ "Support"
    • Stopee ขอแนะนำให้ลองติดต่อผ่านเมลเสียก่อน เพื่อขอที่อยู่ที่ถูกต้อง
  4. ไปที่ ไปรษณีย์ไทย และส่งจดหมายแบบลงทะเบียน (Registered Mail)
    • บอกพนักงานว่าต้องการส่ง "จดหมายลงทะเบียน" (registered post)
    • นี่จะให้เลขที่ติดตามและหลักฐานการส่ง
  5. เก็บ ใบรับสำหรับจดหมายลงทะเบียน ไว้
    • นี่คือหลักฐานที่สำคัญที่สุด บันทึกเลขที่จดหมาย วันที่ส่ง และสำนักงานไปรษณีย์

Warning: อย่าส่งจดหมายปกติ เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าถูกส่งและรับ จดหมายลงทะเบียนคือวิธีเดียวที่นับได้ตามกฎหมาย

ระยะเวลาการยกเลิกและสิ่งที่ต้องคำนึงถึง

เมื่อคุณยกเลิกการสมัครสมาชิก Reface สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

ระยะเวลาและวันที่สิ้นสุดการสมัครสมาชิก

ระยะเวลาการใช้หลังยกเลิก: หากคุณยกเลิกระหว่างรอบการเรียกเก็บเงิน คุณสามารถใช้สิทธิ์พรีเมียม (Reface Pro) จนกว่าจะสิ้นสุดรอบการเรียกเก็บเงินปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น หากคุณสมัครแบบรายเดือนในวันที่ 15 ของเดือน และยกเลิกในวันที่ 20 คุณจะใช้งานได้จนถึงวันที่ 14 ของเดือนถัดไป

การหยุดการเรียกเก็บเงิน: การเรียกเก็บเงินจะหยุดสิ้นสุดในวันสิ้นสุดการสมัครสมาชิก ตรวจสอบใบเสร็จจาก App Store หรือ Google Play เพื่อดูวันที่เรียกเก็บเงินลำดับถัดไป หากวันนั้นผ่านไปแล้วหลังยกเลิก แสดงว่าการเรียกเก็บเงินได้สิ้นสุดแล้ว

ตรวจสอบใบเสร็จ: ให้ติดตามใบเสร็จจาก App Store และ Google Play เป็นเวลา 2-3 เดือนหลังยกเลิก เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ถูกเรียกเก็บเงินต่อ หากมีการเรียกเก็บเงิน ให้ดำเนินการทันทีตามขั้นตอนที่ระบุด้านล่าง

สิ่งที่ต้องรู้หลังยกเลิก

  • การสูญเสียสิทธิ์: หลังจากสิ้นสุดรอบการเรียกเก็บเงิน คุณจะสูญเสียสิทธิ์พรีเมียมของ Reface Pro และกลับไปใช้แผน Free ที่มีข้อจำกัด
  • ข้อมูลบัญชี: บัญชีผู้ใช้ของคุณ (ประวัติ รูปภาพ) อาจยังคงอยู่ แต่คุณไม่สามารถเข้าถึงฟีเจอร์พรีเมียมได้
  • ความเสี่ยงในการเรียกเก็บเงินอีกครั้ง: หากคุณลืมยกเลิก Reface อาจพยายามเรียกเก็บเงินในรอบถัดไป

การขอคืนเงินและการอุทธรณ์ที่ถูกต้อง

Stopee ทราบว่าหลายคนพบปัญหาในการได้รับคืนเงิน เมื่อถูกเรียกเก็บเงินโดยไม่ตั้งใจ

กรณีที่คุณสิทธิ์ขอคืนเงิน

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค คุณมีสิทธิขอคืนเงินในสถานการณ์ต่อไปนี้

  • ยกเลิกล่วงหน้า: หากคุณยกเลิกก่อนวันเรียกเก็บเงิน แต่ถูกเรียกเก็บเงินต่อ คุณสิทธิ์ขอคืนเต็มจำนวน
  • การเรียกเก็บเงินโดยเด็ดขาด: หากคุณไม่สามารถยกเลิกผ่าน App Store หรือ Google Play ได้ แต่ถูกเรียกเก็บเงิน คุณสิทธิ์ขอคืนเงิน
  • ข้อมูลไม่ชัดเจน: หากบริการไม่ได้บอกให้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการเรียกเก็บเงิน คุณสิทธิ์ขอคืน

ขั้นตอนการขอคืนเงิน

  1. ติดต่อ App Store Support หรือ Google Play Support:
    • เปิด App Store/Google Play บน iOS/Android
    • ค้นหา "Contact Us" หรือ "Help" ในการตั้งค่า
    • เลือก "Request a Refund"
    • ระบุ Reface และเหตุผลในการขอคืนเงิน
  2. หากไม่สำเร็จ ส่ง จดหมายลงทะเบียน ไปยัง Apple หรือ Google:
    • ระบุหมายเลขสมาชิก อีเมล วันที่เรียกเก็บเงิน
    • อธิบายว่าคุณยกเลิกแล้วแต่ถูกเรียกเก็บเงินต่อ
    • ร้องขอให้คืนเงินสำหรับการเรียกเก็บเงินที่ผิดพลาด
  3. หากยังไม่สำเร็จ ร้องเรียนต่อ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้บริโภค (สสม.):
    • ไปที่ https://www.occ.go.th/
    • ส่งแบบฟอร์มร้องเรียน พร้อมหลักฐาน
    • สสม. จะช่วยหารือกับบริษัท

Pro tip: Stopee ขอแนะนำให้รอ 7-14 วันหลังยกเลิกก่อนส่งจดหมายลงทะเบียน เพื่อให้ระบบ App Store/Google Play ประมวลผลการยกเลิกอย่างเต็มที่

ความผิดพลาดที่ผู้ใช้ไทยมักทำเมื่อยกเลิก reface

ความเสียใจที่เกิดขึ้นเมื่อพยายามยกเลิก Reface นั้นหลีกเลี่ยงได้ถ้าคุณรู้ว่าต้องระวังอะไร

ความผิดพลาดทั่วไปและวิธีหลีกเลี่ยง

  • ลืมยกเลิก: หลายคนถูกเรียกเก็บเงินรายเดือน฿149 บาท เป็นเวลาหลายเดือนเพราะลืมว่าสมัครไว้ วิธีหลีกเลี่ยง: ตั้งเตือนในปฏิทิน 2 สัปดาห์ก่อนวันเรียกเก็บเงิน
  • ยกเลิกผ่าน App Store เท่านั้น: บางคนคิดว่ายกเลิกผ่าน App Store เพียงอย่างเดียวก็พอ แต่หากมีปัญหา ไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร วิธีหลีกเลี่ยง: ส่งจดหมายลงทะเบียนเพิ่มเติมเป็นหลักฐานทางกฎหมาย
  • ไม่บันทึกหลักฐาน: หากถูกเรียกเก็บเงินต่อหลังยกเลิก ไม่มีหลักฐานการยกเลิก วิธีหลีกเลี่ยง: ถ่ายภาพหน้าจอของการยกเลิกทันที
  • ไม่ตรวจสอบใบเสร็จ: หลายคนไม่ตรวจสอบว่ายังถูกเรียกเก็บเงินหรือไม่ วิธีหลีกเลี่ยง: ตรวจสอบ App Store/Google Play Play ทุกเดือนเป็นเวลา 3 เดือนหลังยกเลิก
  • ส่งจดหมายปกติ: จดหมายปกติไม่มีหลักฐาน วิธีหลีกเลี่ยง: ส่งจดหมายลงทะเบียน (Registered Mail) เท่านั้น

รายการตรวจสอบ: ยกเลิก reface ได้อย่างถูกต้อง

ใช้รายการนี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณยกเลิก Reface โดยถูกต้องและสมบูรณ์

ขั้นตอน ตรวจสอบ
ยกเลิกผ่าน App Store หรือ Google Play
ถ่ายภาพหน้าจอหลังยกเลิกเรียบร้อยแล้ว
เก็บสำเนาใบเสร็จและหลักฐานชำระเงิน
เตรียมจดหมายลงทะเบียนเพื่อส่งยืนยันการยกเลิก
ส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังที่อยู่ที่ถูกต้อง
ตรวจสอบใบเสร็จเดือนถัดไปว่าไม่ถูกเรียกเก็บเงิน

บทเปรียบเทียบ: ยกเลิก reface กับแอปเดือนอื่นๆ

หากคุณกำลังพิจารณาว่าจะยกเลิก Reface และหันไปใช้แอปอื่น ตารางนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่าง

ฟีเจอร์ Reface FaceSwap (หรือแอปอื่น)
ราคารายเดือน ฿149 ฿99-199
การสลับหน้าในวิดีโอ ใช่ บางแอปมี
การลบโฆษณา ใช่ บางแอปมี
การยกเลิกง่าย ใช่ (ผ่าน App Store/Play) บางแอปยากยิ่งขึ้น
คุณภาพ AI สูง แตกต่างกันไป

ที่อยู่ติดต่อและช่องทางอุทธรณ์สำหรับไทย

หากคุณมีปัญหาหลังยกเลิก Reface สำนักงานต่อไปนี้สามารถช่วยได้

ที่อยู่ติดต่อสำหรับการยกเลิก

หากไม่พบที่อยู่โดยตรงจาก Reface ให้ติดต่อผ่าน:

  • Apple Support (iOS): https://support.apple.com/contact หรือติดต่อผ่าน App Store โดยตรง
  • Google Support (Android): https://support.google.com/googleplay/contact/billing_and_payments หรือติดต่อผ่าน Google Play โดยตรง
  • Reface Contact: ตรวจสอบใน Settings ของแอป Reface หรือที่เว็บไซต์ https://reface.app

สำนักงานสิ่งแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้บริโภค (สสม.)

ติดต่อสำหรับการร้องเรียน:

  • ที่อยู่: สำนักงาน สสม. ตั้งอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร
  • เว็บไซต์: https://www.occ.go.th/
  • โทรศัพท์: 1167 (สายด่วนผู้บริโภค)
  • อีเมล: สามารถติดต่อผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

หากคุณถูกเรียกเก็บเงิน Reface โดยไม่สมควร ร้องเรียนต่อ สสม. พร้อมหลักฐาน เช่น ใบเสร็จ ภาพหน้าจอการยกเลิก และจดหมายลงทะเบียน

สรุป: ยกเลิก reface ด้วยความมั่นใจและการปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่

การยกเลิก Reface นั้นกระบวนการง่ายถ้าคุณรู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง ไม่ว่าคุณจะใช้ iOS หรือ Android ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือนี้ บันทึกหลักฐานทั้งหมด และส่งจดหมายลงทะเบียนเพื่อปกป้องตัวเอง

สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณรู้สิทธิของคุณตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค หากคุณถูกเรียกเก็บเงินต่อหลังยกเลิก คุณมีสิทธิขอคืนเงินและร้องเรียนต่อ สสม. Stopee ได้ช่วยผู้ใช้ไทยหลายพันคนยกเลิก Reface และแอปอื่นๆ ด้วยวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผล หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม ให้เยี่ยมชม Stopee ที่ stopee.com เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ระลึกไว้เสมอ: ความอดทนเพียงเล็กน้อยตอนนี้ช่วยป้องกันปัญหากับการเรียกเก็บเงินในอนาคต ยกเลิก Reface ด้วยถูกต้อง บันทึกหลักฐาน และคุณจะปลอดภัย Stopee จะอยู่เคียงข้างคุณจากจุดเริ่มต้นไปจนจบเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับการปกป้องเต็มที่

FAQ

Reface เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการเปลี่ยนใบหน้าในวิดีโอและภาพถ่าย โดยมีฟีเจอร์การสลับหน้าที่ได้รับความนิยม.

การยกเลิกผ่าน App Store ทำได้โดยเปิดแอป App Store ไปที่โปรไฟล์ เลือก 'การสมัครสมาชิก' และค้นหา Reface จากนั้นแตะ 'ยกเลิกการสมัครสมาชิก'.

สำหรับ Google Play ให้เปิดแอป Google Play Store ไปที่โปรไฟล์ เลือก 'การสมัครสมาชิก' แล้วเลือก Reface และแตะ 'ยกเลิกการสมัครสมาชิก'.

ควรตรวจสอบวันที่เริ่มและวันที่ต่ออายุของการสมัครสมาชิก รวมถึงเตรียมหลักฐานการชำระเงินและข้อมูลบัญชีเพื่อใช้ในการยกเลิก.

หลังการยกเลิก ผู้ใช้จะสูญเสียสิทธิ์พรีเมียมเมื่อสิ้นสุดรอบการชำระเงินปัจจุบัน แต่สามารถใช้งานได้จนถึงวันที่สิ้นสุดรอบที่ชำระแล้ว.

บริการยกเลิกที่คล้ายกัน